โรงพยาบาลมาสเตอร์พีซ 99/19 ถ.สุโขทัย, แขวง ดุสิต เขตดุสิต, กทม. 10300
02-1054370

การเพิ่มขนาดน้องชาย

การเพิ่มขนาดน้องชายหรือการเพิ่มขนาดอวัยวะเพศชายนั้น คือ การทำให้อวัยวะเพศนั้นมีขนาดที่ใหญ่ขึ้นด้วยวิธีการทางการแพทย์ต่างๆ เป็นสิ่งที่บุรุษจำนวนมากให้ความสนใจ แต่ใช่ว่าทุกวิธีจะได้ผลดี เช่น การใช้ยาฉีดเพิ่มขนาดที่ไม่ได้มาตรฐาน การเข้าคลีนิคเพิ่มขนาดที่ไม่น่าเชื่อถือ ดังนั้นหากต้องการเพิ่มขนาดน้องชายด้วยวิธีต่างๆ แล้วล่ะก็ควรเลือกโรงพยาบาลที่ได้รับความไว้วางใจที่อยู่ภายใต้การดูแลจากศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น

วิธีการเพิ่มขนาดอวัยวะเพศชาย

1.การฉีดสารเพิ่มขนาด

2.การผ่าตัดใช้วัสดุสังเคราะห์หุ้มเพื่อเพิ่มขนาด

การฉีดสารเพิ่มขนาดชายที่ปลอดภัยมีอยู่ 2 ประเภท 

1.การฉีดไขมันของตัวคนไข้เอง

โดยนำมาจากหน้าท้องหรือต้นขา แล้วฉีดกลับเข้าไปที่บริเวณอวัยวะเพศชายมี  

ข้อดีคือ ปลอดภัย เนื่องจากไขมันที่ใช้เป็นไขมันจากร่างกายของเราเอง จึงมักไม่มีปฎิกิริยาหรือผลแทรกซ้อนในระยะยาว

2.การฉีดด้วยสาร ไฮยาลูโรนิค(Hyaluronic) 

สารนี้มักใช้ในการเสริมความงามบริเวณใบหน้า ซึ่งสารตัวนี้มีความปลอดภัยสามารถนำมาฉีดเพื่อเพิ่มขนาดบริเวณอวัยวะเพศได้

สำหรับการผ่าตัด มักใช้แผ่นซิลิโคนหรือเนื้อเยื้อเทียมห่อหุ้มบริเวณอวัยวะเพศ ซึ่งมีข้อเสียคือสามารถคลำหรือสัมผัสเจอได้ ให้ความรู้สึกไม่เป็นธรรมชาติ เมื่อเทียบกับการฉีดDerma Filler  ซึ่งปัจจุบันการฉีดสาร Derma Filler ได้รักการยอมรับอย่างแพร่หลายในหลายประเทศทั่วโลก ว่ามีความปลอดภัยและให้ความสวยงามที่ดี

เพิ่มความยาวอวัยวะเพศชาย

ในกรณีที่อวัยวะเพศมีความสั้น แพทย์ก็สามารถผ่าตัดเพิ่มความยาวให้ได้ โดยจะผ่าตัดเปิดแผลที่โคนอวัยวะเพศแล้วปล่อยอวัยวะเพศออกจากบริเวณกระดูกหัวหน่าว ช่วยให้ความยาวเพิ่มมากขึ้นประมาณ 1-2 เซนติเมตร แต่ปลายอวัยวะเพศจะชี้ต่ำลงกว่าเดิม แต่ไม่ได้ส่งผลต่อการแข็งตัว อวัยวะเพศจะยังแข็งตัวได้ตามปกติเหมือนเดิม

การเตรียมตัวก่อนผ่าตัด

  1. ปรึกษาแพทย์เพื่อทำความเข้าใจถึงขั้นตอนการรักษาและผลการรักษาอย่างละเอียด
  2. เข้ารับการตรวจร่างกายเบื้องต้นอย่างละเอียด 
  3. หากมีโรคประจำตัว รับประทานยาอยู่ หรือมีประวัติการแพ้ยา ควรแจ้งแพทย์ให้ทราบก่อนการผ่าตัด
  4. งดแอสไพริน, ไอบูโพรเฟน และวิตามินอี เป็นเวลา 2 สัปดาห์ก่อนเข้ารับการผ่าตัด
  5. งดสูบบุหรี่หรือเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ประมาณ 2 สัปดาห์ก่อนผ่าตัด
  6. งดน้ำ และอาหารเป็นเวลา 6-8 ชั่วโมงก่อนการผ่าตัด เนื่องจากการผ่าตัดจะต้องทำโดยการดมยาสลบ

ภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นได้

  1. อาจเกิดอักเสบติดเชื้อได้เนื่องจากเป็นบริเวณอับชื้น
  2. มีเลือดออกเนื่องจากบริเวณอวัยวะเพศมีเลือดมาหล่อเลี้ยงเป็นจำนวนมาก 
  3. เกิดการแข็งตัวของอวัยวะเพศทำให้แผลฉีกขาด 
  4. บางรายอาจพบปัญหาแผลเป็นรั้งของถุงอัณฑะหรืออวัยวะเพศ 

 ซึ่งแพทย์จะแนะนำการดูแลและวิธีการบริหารหลังผ่าตัด คนไข้ควรปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัดและมาพบแพทย์ตามนัด

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเพิ่มขนาดด้วย Derma Filler

Q : การเพิ่มขนาดด้วย Derma Filler 10 cc. สามารถเพิ่มได้กี่ไซซ์

A : สามารถเพิ่มได้ 2-3 ไซซ์

Q : การเพิ่มขนาดด้วย Derma Filler สามารถคงอยู่ได้ตลอดไหม 

A : สามารถอยู่ได้ 1-2 ปี

Q : การเพิ่มขนาดด้วย Derma Filler ถ้าเพิ่มมาแล้ว สามารถเอาออกได้ไหม

A : สามารถเอาออกได้ โดยการฉีดสารสลาย Filler

ข้อดีของการเสริมขนาดด้วย Derma  Filler

  1. รูปร่างสวยเป็นธรรมชาติไม่หลอกตา
  2. ผิวสัมผัสเรียบเนียนไม่เป็นคลื่น
  3. ไม่เกิดปัญหาผังผืดในอนาคต
  4. ไม่ไหลย้อย คงอยู่ไม่เป็นก้อน
  5. เจ็บตัวน้อย ไม่ต้องพักฟื้น 
  6. ไม่เกิดการ Anti สิ่งแปลกปลอมในร่างกาย
  7. ดูแลโดยแพทย์ระบบทางเดินปัสสาวะและระบบสืบพันธ์เพศชาย

 

การเพิ่มขนาดน้องชายแบบผิดๆ ด้วยการฉีดสารแปลกปลอม

การฉีดสารแปลกปลอมเข้าอวัยวะเพศ มักทำโดยรู้เท่าไม่ถึงการ หรือทำตอนดื่มสุรา ซึ่งโดยทั่วไปคนไทยนิยมฉีดเป็น น้ำมันมะกอก, Penicillin (เพนิซิลลิน),หรือ ยูนีซัน(Unison) โดยไม่ได้ผ่านการฆ่าเชื้อโรคแล้วฉีดเข้าที่ตัวองคชาตโดยตรง ส่งผลให้เกิดปัญหาเรื่องของการอักเสบการติดเชื้อได้

ปัญหาหลังการฉีดสารแปลกปลอมเข้าสู่องคชาติ

1.ทำให้เกิดการอักเสบหรือติดเชื้อได้

2.ทำให้เกิดบาดแผลเรื้อรังจนอาจเกิดเป็นมะเร็งได้ในอนาคต

3.การเกิดผังผืดแข็งเป็นก้อนโดยรอบอวัยวะเพศ ทำให้มีปัญหาไม่มีเพศสัมพันธ์ได้ตามปกติ ในบางครั้งสารที่ฉีดจะไหลไปที่หัวหน่าวและถุงอัณฑะ ทำให้เกิดการผิดรูป 

การแก้ไขจำเป็นต้องใช้วิธีการผ่าตัด ซึ่งโดยปกติจะตัดหรือเลาะหนังที่แข็งตัวหรือเป็นผังผืดออกทั้งหมด แล้วใช้หนังบริเวณถุงอัณฑะเพื่อมาตกแต่งหุ้มอวัยวะเพศให้สวยงามแทน โดยบ้างครั้งอาจต้องทำการผ่าตัดมากกว่า1ครั้ง

การเตรียมตัวก่อนผ่าตัดแก้ไข

1.งดน้ำและอาหาร 6 – 8 ชม. ก่อนการผ่าตัด

2.งดยาต้านการอักเสบ [NSAID] เช่นแอสไพริน อาหารเสริมบางตัว ที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด 

3.กรณีที่มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง ควรแจ้งให้แพทย์ทราบ

4.ทำความสะอาดและโกนขนอวัยวะเพศก่อนมาผ่าตัด

5.เตรียมกางเกงชั้นในหลวมๆสำหรับใส่หลังผ่าตัด 

6.ควรเลือกกางเกงในสีเข้ม เช่น ดำ น้ำเงิน น้ำตาล เพราะน้ำเหลืองจากแผลจะเลอะกางเกงในเห็นได้ชัด

ขั้นตอนการผ่าตัดแก้ไข

การผ่าตัดไม่ว่าจะใช้เทคนิคใดก็ทำโดยการดมยาสลบจึงต้องงดน้ำและอาหารอย่างน้อย 6 ช.ม. ก่อนการผ่าตัด

1.ตัดผิวหนังส่วนที่ฉีดสารแปลกปลอมออก

2.ถ้าใช้เทคนิคที่ 1 สามารถเย็บปิดแผลได้เลย

3.ถ้าใช้เทคนิคที่ 2 ต้องตัดผิวหนังจนถึงโคนอวัยวะเพศ

4.ถ้าใช้เทคนิคที่ 2 เปิดแผลบริเวณถุงอัณฑะแล้วยกผิวหนังของถุงอัณฑะมาปิดแผลแล้วเย็บปิดแผลผิวหนังด้วยไหมละลาย

การดูแลหลังการผ่าตัด

1.ทำแผลวันละ 2 ครั้งเพราะมักมีน้ำเหลืองออกมากๆ

2.แผลหายช้าอาจให้พักที่โรงพยาบาล 2 วัน แล้วกลับบ้าน แต่ต้องทำแผลที่บ้านต่อทุกวัน

3.งดทำงานหนัก 10 – 20 วัน

4.งดร่วมเพศ 4 อาทิตย์

5.แผลอาจมีเลือดออกบ้างเป็นปกติถ้ามีเลือดออกมากให้รีบติดต่อแพทย์ทันที

6.อาจเกิดเนื้อตายบางตำแหน่งของขอบแผล อาจต้องตัดออกแล้วเย็บแผลใหม่ [ฉีดยาชา]

ถ้าทำเป็น 2 ระยะต้องนัดมาผ่าตัดใหม่อีกครั้ง หลังจากแผลหาย 2 – 3 เดือน

แพทย์จะนัดมาดูแผลทุกอาทิตย์จนกว่าแผลจะหาย

ปัญหาที่มักจะเข้ามาปรึกษาหรือสอบถาม

1.มีก้อน รูปร่างผิดปกติ ไม่ได้สัดส่วน

2.แกนองคชาติ ใหญ่เกินไป ใช้งานลำบาก

3.อักเสบติดเชื้อ มีอาการปวด บวม แดง ร้อน 

4.มีอาการอักเสบติดเชื้อแบบเป็นๆหายๆ 

5.มีแผลเรื้อรังหลายเดือน 

6.สารไหลไปที่ปลายองคชาติ รูดไม่ขึ้น 

7.ทำความสะอาดไม่ได้ 

8.กลัวว่าจะเกิดปัญหาในอนาคต

ปัจจุบันนี้การฉีดสารที่ปลอดภัยที่สุด ซึ่งมีการแนะนำให้ใช้จะเป็น filler ซึ่งเป็นสารที่ไม่มีปฏิกิริยาต่อร่างกายแต่อาจจะฉีดแล้วอาจจะไม่ได้อยู่ถาวร ก็คืออาจจะอยู่ได้ประมาณ 1-2 ปี อาจจะต้องฉีดซ้ำ  อย่างที่สองก็จะเป็นตัวไขมันของเราเอง ก็อาจจะมีการดูดไขมันบริเวณหน้าท้อง เพื่อมาเติมเต็มส่วนที่อวัยวะเพศ เพิ่มขนาดของอวัยวะเพศโดยไม่มีปฏิกิริยาโต้ตอบ แล้วก็เกิดการอักเสบขึ้นของร่างกาย ก็อาจจะทำให้ได้ผลดีกว่าการฉีดสารแปลกปลอมแบบอื่นๆ ที่สงผลเสียร้ายแรงให้กับตัวผู้ฉีด  แต่ในทางที่ดีที่สุดคืออย่าไปทำการฉีดพวกสารแปลกปลอมเข้าด้วยตัวเอง  หรือก็มีปัญหาเรื่องการฉีดสารไปแล้วก็ไม่ต้องกังวลสามารถแก้ไขได้ แนะนำว่าถ้าเกิดปัญหาแล้วก็ควรรีบปรึกษาแพทย์และรีบแก้ไขให้เร็วที่สุด