โรงพยาบาลมาสเตอร์พีซ 99/19 ถ.สุโขทัย, แขวง ดุสิต เขตดุสิต, กทม. 10300
02-1054370

ฟื้นฟูผิวด้วยเซลล์ตัวเอง (PRP)

เทคโนโลยที่ช่วยซ่อมแซมผิว และฟื้นฟูผิวหน้าในระดับชั้นเซลล์ผิว
AW PRP DF2

การฉีด PRP หรือ PRP Therapy ถือเป็นศาสตร์ใหม่ในด้านเวชกรรมความงาม ช่วยในเรื่องการฟื้นฟูเซลล์ ลดเลือนริ้วรอย ทำให้ดูอ่อนเยาว์ลง เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการฟื้นฟูและซ่อมแซมสภาพผิว โดยการนำเลือดของคนไข้มาปั่นแยกชั้น (Centrifugation) ซึ่งใช้หลักการเดียวกันกับเทคนิคทางการแพทย์ โดยปรกติแล้ว เลือดคนเราจะประกอบได้ด้วย เม็ดเลือดแดง เม็ดเลือดขาว เกล็ดเลือด และของเหลวคือ พลาสมา (Plasma) เมื่อเรานำเกล็ดเลือดมาปั่นที่อุณหภูมิและรอบความถี่ที่เหมาะสม เลือดของเราก็จะถูกแยกออกเป็นชั้นๆ ตามความเข้มข้น และชั้นที่เป็นเกล็ดเลือดเข้มข้นที่สุดคือ  PRP หรือ Platelet Rich Plasma ในชั้นนี้มีสารตัวหนึ่งที่เรียกว่า Growth Factor เป็นสารที่ช่วยกระตุ้นการเติบโตของเซลล์  Fibroblast ซึ่งเป็นเซลล์ที่ทำหน้าที่สร้าง Collagen ให้ผิวหน้าดูอ่อนวัยและกระจ่างใสนั่นเอง  หลังจากที่สกัดได้เกร็ดเลือดเข้มข้นแล้วก็จะนำมาผสมกับสารธรรมชาติอย่าง Hyaluronic Acid หรือ HA แล้วฉีดกลับเข้าไปบนจุดที่ต้องการแก้ไข ทำให้เกิดกระบวนการฟื้นฟูคอลลาเจนจากภายใน และสร้างคอลลาเจนขึ้นมาใหม่ทำให้ริ้วรอยและร่องลึกค่อยๆ เติมเต็มจากภายใน ซึ่งเป็นการฟื้นฟูผิวด้วยกลไกจากธรรมชาติ

ปัญหาเรื่องผิวของคนเรามักจะมาพร้อมกับอายุที่เพิ่มมากขึ้นทุกวัน นั่นเพราะโครงสร้างของชั้นผิวที่มีคอลลาเจนและอิลาสตินคอยอุ้มอยู่เริ่มมีการหย่อยคล้อย และเสื่อมสภาพไปตามกาลเวลา แต่หากได้รับการฟื้นฟูแล้วก็จะสามารถกลับมาเนียนนุ่มได้เช่นเดิม

ฉีด PRP มีข้อดีอย่างไร?

ผลที่ได้จากการทำ PRP คือ ผิวหนังที่เสื่อมสภาพได้รับการซ่อมแซม ทำให้ใบหน้ากระจ่างใสดูอ่อนวัยขึ้น และเห็นผลได้ชัดเจนประมาณ 2 อาทิตย์หลังการรักษา และเมื่อรักษาอย่างต่อเนื่องก็จะทำให้ผิวพรรณตึงกระชับ เนียนและอ่อนนุ่มขึ้น ซึ่งผลลัพธ์นี้อยู่ได้นานถึง 12-15 เดือน  โดยเว้นระยะ 1-3 อาทิตย์ต่อครั้งในการทำ หลังการรักษาอาจจะมีอาการช้ำ และมีจุดบวมบ้างเล็กน้อยซึ่งจะค่อยๆ หายไปเองใน 1-2 วัน  ผลการรักษาในแต่ละบุคคลอาจแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับสภาพผิวพรรณ อายุและการดูแลรักษาหลังทำของคนไข้

 

หลังฉีด PRP ควรปฏิบัติตัวอย่างไร?

  • สามารถประคบเย็นหรือสามารถทานยาแก้ปวดได้ แต่ต้องเป็นยาประเภท NSAIDs
  • หลีกเหลี่ยงการทาครีมบำรุงที่มีส่วนผสมของ AHA หรือสาร Whitening อื่นๆ
  • หลีกเลี่ยงการล้างหน้าภายใน 4-5 ชั่วโมงแรกของการรักษา
  • หลีกเลี่ยงการนวดหน้า ขัดหน้าหรือถูกความร้อน อบไอน้ำ ซาวน่าหรือแสงแดด
  • หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์และออกกำลังกายอย่างหนัก
  • ทาครีมบำรุงผิวหรือมอยเจอร์ไรเซอร์ได้ตามปรกติ