โรงพยาบาลมาสเตอร์พีซ 99/19 ถ.สุโขทัย, แขวง ดุสิต เขตดุสิต, กทม. 10300
02-1054370

ทรงจมูกดารายอดนิยม ที่สาวไทยอยากทำมากที่สุดมีใครกันบ้าง!

สำหรับสมัยก่อนสาวๆจะนิยมจมูกทรง อั้ม พัชราภา แต่เดี๋ยวนี้จะเปลี่ยนไปบ้าง จะมีหลากหลายมากขึ้น ทั้งดารา ไอดอลจากฝั่งเกาหลี(ที่ยังเป็นที่นิยมอยู่ตลอด) หรือแม้กระทั่งดาราไทยบ้านเราก็ยังมีนำภาพมาให้คุณหมอเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็น ใหม่ ดาวิกา (ที่ทรงออกไปทางสายฝรั่ง) , เก้า สุภัสสรา , ออม สุชา หรือ วิว วรรณรท ซึ่งจะมีทรงจมูกที่ดูสันจมูกสโลป ปลายพุ่ง สไตล์เกาหลี ซึ่งหากใครคิดอยากทำจมูกทรงตามดาราเหล่านี้ ในบางท่านคงจะไม่สามารถเสริมแค่ซิลิโคนปกติได้ เนื่องจากต้องปรับทั้งโครงสร้างของจมูกใหม่ มาสเตอร์พีซจึงขอแนะนำเป็นการทำจมูกเทคนิค Nose Reconstruction ที่สามารถทำให้ทรงจมูกที่คุณต้องการเป็นจริงได้

ทำจมูกเทคนิคปรับโครงสร้าง “Nose Reconstruction” คืออะไร?

เทคนิค Nose Reconstruction คือ การ ปรับโครงสร้างจมูกใหม่ ซึ่งสามารถปรับโครงสร้างจมูกทุกรูปแบบให้เป็นไปในแบบที่ต้องการได้ และเป็นเทคนิคที่นิยมมากที่สุดในประเทศเกาหลี เพราะจมูกจะดูสวยได้รูปอย่างเป็นธรรมชาติ โดยเทคนิคนี้จะใช้วิธีผ่าตัดเปิดแผลบริเวณฐานจมูก (Open Rhinoplasty) สามารถตกแต่งกระดูกฐานจมูกให้มีขนาดเล็กลง ผ่าตัดปรับรูปร่างปีกจมูกให้สวยงามและเข้ารูปขึ้น ปรับแต่งปลายจมูกให้ดูเรียวเล็ก

ความพิเศษของเทคนิค Nose Reconstruction คือ การยืดปลายจมูกให้โด่งและพุ่งขึ้น ด้วย กระดูกอ่อนกลางจมูก (Septal cartilage) ซึ่งเป็นกระดูกตำแหน่งเดียวในร่างกายที่มีลักษณะแบน ตรง เรียบ และแข็งแรง โดยแพทย์จะผ่าตัดเอา กระดูกอ่อนกลางจมูก ออกมาเพียง 2 ใน 3 เพื่อใช้ในการเสริมบริเวณปลายจมูก (โดยไม่มีผลกระทบใด ๆ ต่อร่างกายในภายหลัง) การใช้กระดูกอ่อนกลางจมูกจะช่วยยืดปลายจมูกให้เรียวยาว สร้างจมูกปลายหยดน้ำ-ปลายจมูกพุ่งสวยที่แท้จริง ซึ่งช่วยปรับโครงสร้างจมูกได้จริงและดีที่สุดในขณะนี้

ส่วนบริเวณสันจมูกในบางเคสอาจไม่ต้องเสริมด้วยวัสดุสังเคราะห์ใดๆ คนไข้สามารถใช้วัสดุธรรมชาติจากตัวคนไข้เองได้ เช่น เยื่อหุ้มกล้ามเนื้อ เนื้อเยื่อไขมัน และกระดูกอ่อนซี่โครง ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมจากการประเมินของแพทย์ แต่หากความสูงของสันจมูกไม่เพียงพอ แพทย์จะเลือกใช้วัสดุเหล่านี้มาเสริมเฉพาะบริเวณสันจมูก ได้แก่ 1.ซิลิโคนทางการแพทย์ หรือ 2. Gore-Tex ซึ่งเป็นวัสดุสังเคราะห์ที่ทั่วโลกให้การยอมรับว่าดีที่สุดสำหรับการเพิ่มความโด่งของสันจมูก เนื่องจากร่างกายจะไม่สร้างพังผืดหุ้ม ไม่มีหินปูนเกาะ และไม่กดกระดูกให้เป็นร่องบุ๋มเหมือนวัสดุสังเคราะห์ชนิดอื่นๆ ทั้งยังสามารถอยู่ได้ตลอดชีวิต โดยไม่ยุบหรือเสื่อมสภาพ (การจะเลือกวัสดุใดมาเสริมบริเวณสันจมูกเพื่อเพิ่มความโด่งนั้น แพทย์จะเป็นผู้ประเมินความเหมาะสม ขึ้นอยู่กับปัญหาของแต่ละคน)

NOSE RECONSTRUCTION

“สวยจบ สวยปลอดภัย สวยระยะยาว”

การทำจมูกด้วยเทคนิคปรับโครงสร้าง NOSE RECONSTRUCTION นั้น สามารถแก้ปัญหาจมูกในรูปแบบต่าง ๆ เช่น จมูกสั้นเชิด ปลายจมูกบาง ปลายจมูกหนาใหญ่ ฐานกระดูกจมูกกว้าง จมูกผิดรูปคดเอียง หรือปัญหาการเกิดผังพืดหดรัด ซึ่งปัญหาเหล่านี้ไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยการเสริมซิลิโคนทั่วไป

“ปลายจมูกไม่ทะลุตลอดชีวิต”

สำหรับคนไข้ที่มีเนื้อจมูกเนื้อหรือเคยเสริมซิลิโคนแล้วปลายจมูกเริ่มบางจะทะลุนั้น หาก แก้จมูก ด้วยการเสริมซิลิโคนซ้ำอีก ปลายจมูกก็จะมีปัญหาหนักขึ้นเรื่อย ๆ โดยการแก้ไขเรื่องปลายจมูกนั้น เทคนิคการผ่าตัดแบบ Nose Reconstruction นั้นสามารถแก้ไขเรื่องนี้ได้อย่างถาวร

“เปลี่ยนทรงจมูกแบบโดยรวมทั้งหมดไม่เฉพาะแค่ความโด่ง!

การทำจมูกเทคนิคปรับโครงสร้าง Nose Reconstruction นั้นสามารถปรับรูปทรงของจมูกโดยรวมให้ดูสวยขึ้นทั้งหมดอย่างที่การเสริมซิลิโคนทั่วไปทำไม่ได้ แม้กระทั่งความเข้าใจผิดที่ว่าการตัดปีกจมูกจะทำให้จมูกดูเรียวขึ้นซึ่งความจริงนั้นเพียงทำให้ขนาดของปีกจมูกเล็กลงแต่ไม่ได้ช่วยให้จมูกดูเรียว ส่วนการทำจมูกแบบ Nose Reconstruction แพทย์จะสามารถปรับโครงสร้างของจมูกทั้งหมด รูปทรงปีกจมูกจะดูเรียวขึ้นได้จากการแก้ไขโครงสร้างภายใน โดยส่วนมากแทบไม่ต้องตัดปีกร่วมกันกับทำจมูกเลยเนื่องจากรูจมูกและปีกจมูกจะเรียวขึ้นประมาณหนึ่งอยู่แล้ว แต่ทั้งนี้กรณีที่แพทย์ต้องตัดปีกจมูกร่วมด้วยก็มีเช่นกัน ขึ้นอยู่กับปัญหาของคนไข้เป็นสำคัญ (แพทย์จะประเมินและวิเคราะห์แก้ไขตามปัญหาและความเหมาะสมของแต่ละคน)ดูเรียว ส่วนการทำจมูกแบบ่ว่าการตัดปีกจมูกจะทำให้จมูกดูเรียวขึ้นซึ่งความจริงนั้นเพียงทำให้ขนาดของปีกจมูกเล็กลงแต่ไม่ได้ช่วยให้จม

NOSE RECONSTRUCTION

การเตรียมตัวก่อนการผ่าตัด

  • แจ้งให้แพทย์ทราบข้อมูลโรคประจำตัว ยาโรคประจำตัว, ประวัติการผ่าตัด, ประวัติการแพ้ยา, ประวัติการแพ้อาหาร (หากมีประวัติการรักษาจากโรงพยาบาล ควรนำมาในวันปรึกษาด้วย) หรือแจ้งก่อนวันจองคิวผ่าตัด
  • ผู้ป่วยที่ได้รับยาละลายลิ่มเลือด และยาที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด เช่น แอสไพริน, Coumadin, Plavix หรือยาแก้ปวดกลุ่ม NSAID เช่น Voltaren, Brufen หรือยาโรคประจำตัวอื่น ๆ ควรปรึกษาแพทย์ก่อนทำการผ่าตัดหรือแจ้งก่อนวันจองคิวผ่าตัด
  • งดทานวิตามินอาหารเสริมต่าง ๆ ทุกชนิด เช่น วิตามินอี, น้ำมันปลา, ใบแปะก๊วย เมล็ดองุ่น โสม ฯลฯ ต้องหยุดยาอย่างน้อย 1 เดือน
  • ควรสระผมให้สะอาดเรียบร้อยก่อนวันผ่าตัด และไม่แต่งหน้าในวันผ่าตัด งดใส่คอนแทคเลนส์ในวันผ่าตัด หากมีปัญหาด้านสายตาให้สวมแว่นสายตาแทน
  • งดใส่เครื่องประดับทุกชนิด เช่น ต่างหู สร้อย แหวน จิลต่าง ๆ บนร่างกายในวันผ่าตัด (หากถอดออกไม่ได้ต้องแจ้งให้เจ้าหน้าที่ทราบ)

การดูแลหลังผ่าตัด

  • ประคบผ้าเย็นหรือถุงน้ำแข็งประมาณ 1-3 วัน รอบจมูก เช่น แก้มทั้งสองข้าง หน้าผาก (ไม่ให้ประคบที่จมูกโดยตรง) หลังจากนั้นถ้ามีรอยฟกช้ำให้ใช้น้ำอุ่นชุบผ้าขนหนู หรือถุงน้ำร้อนประคบ
  • หลังผ่าตัด 24 – 48 ชั่วโมง อาจจะรู้สึกปวดศีรษะ ปวดหรือคัดบริเวณจมูกและใบหู และบวมบริเวณใบหน้าบ้าง ให้รับประทานยาแก้ปวด และต้องรับประทานยาแก้อักเสบตามที่แพทย์สั่งให้หมด
  • หลังจากผ่าตัดแพทย์จะใส่ Nasal packing ในรูจมูกทั้งสองข้างเพื่อดามจมูกไว้ อาจทำให้หายใจไม่สะดวก ทั้งนี้ให้ใช้วิธีให้หายใจทางปากแทน
  • คนไข้ต้องเข้ามาฉีดยาฆ่าเชื้อและนำ Nasal packing ออกจากรูจมูกในวันถัดมาหลังจากผ่าตัดที่รพ.กับพยาบาลผู้เชี่ยวชาญ (ห้ามถอดด้วยตัวเอง)
  • จมูกอาจจะบวมมากที่สุดประมาณ 2 – 3 วัน เฝือกจะช่วยลดอาการบวมและช่วยให้จมูกตรง ซึ่งจะถอดออก วันที่ 7 พร้อมตัดไหม (ห้ามถอดด้วยตัวเอง)
  • หลังจากทำจมูก 3 วัน – 1 สัปดาห์ สามารถไปทำงานได้ โดยในช่วง 1 – 3 อาทิตย์แรกควรหลีกเลี่ยงการสั่งน้ำมูก , การขยี้จมูก , ก้มหน้านานๆ , ยกของหนัก
  • กิจกรรมบางอย่างที่ออกกำลังมาก เช่น การวิ่ง , การมีเพศสัมพันธ์ สามารถทำได้หลังอาทิตย์ที่ 3 ของการทำจมูกส่วนการว่ายน้ำสามารถว่ายได้หลังอาทิตย์ที่ 3 เช่นกัน แต่ควรแน่ใจด้วยว่าแผลแห้งดีแล้ว
  • โดยทั่วไปจมูกจะยุบบวมและเข้าที่ประมาณ 6 เดือนขึ้นไป ซึ่งจะยุบบวมประมาณ 60% ใน 1 อาทิตย์ , 80% ใน 1 เดือน , ยุบบวมและเข้าที่ 90% – 100% ในอีก 3 – 6 เดือน
ข้อดี เสริมหน้าอก ที่ Masterpiece Hospital

NOSE RECONSTRUCTION