โรงพยาบาลมาสเตอร์พีซ 99/19 ถ.สุโขทัย, แขวง ดุสิต เขตดุสิต, กทม. 10300
02-1054370
เติมชั้นใต้ตา ดอลลี่อาย - Dolly eyes

ดอลลี่อาย – DOLLY EYES เพิ่มความแบ๊วน่ารักแบบสาวเกาหลี

เติมชั้นใต้ตา ดอลลี่อายDolly eyes หรือ Love band เป็นอีกหนึ่งการศัลยกรรมความงามบริเวณดวงตาที่ได้รับความนิยมค่อนข้างมากในปัจจุบัน เนื่องจากสามารถเปลี่ยนให้ใบหน้าดูน่ารักและอ่อนเยาว์ขึ้นได้ โดยจุดเริ่มต้นของการทำนั้น มาจากความต้องการที่จะทำให้ดวงตามีลักษณะกลมโต ดูแบ๊วขึ้น ตามสไตล์ของดารานางแบบเกาหลี ต่อมาจึงเกิดความนิยมขึ้นในประเทศไทย

Dolly Eyes ดวงตาน่ารักสไตล์เกาหลี

ดอลลี่อาย คืออะไร

การทำดอลลี่อาย คือ การใช้เทคนิคในการปรับแต่งดวงตา ที่ช่วยทำให้ดวงตาของเราสวยงาม ดูฉ่ำ ดูแบ๊ว ดูสดใส ดูน่ารักเหมือนสาวเกาหลี โดยในขณะที่กำลังอวดรอยยิ้ม ดวงตาของเราจะมีชั้นตาที่ทำให้เกิดดอลลี่อายส์ โดยเป็นมัดกล้ามเนื้อที่อยู่ขอบตาล่างจะเกิดขึ้นในระหว่างที่เรากำลังมีรอยยิ้ม เป็นการแสดงออกทางสีหน้าที่เป็นไปตามธรรมชาติ แต่ในบางราย มัดกล้ามเนื้อในส่วนนี้มีอยู่น้อยหรือแทบไม่มี ทำให้มองเห็นไม่ชัด ซึ่งปัญหาเหล่านี้ สามารถแก้ไขได้ด้วยเทคนิคพิเศษ ดูแลทุกขั้นตอนโดยแพทย์เฉพาะทางเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดี มีความสะอาด ป้องกันผลข้างเคียง พร้อมเสริมความมั่นใจในขณะอวดรอยยิ้ม ซึ่งหลังจากการปรับแต่งเป็นที่เรียบร้อย บริเวณขอบตาล่างของเราจะดูหนาขึ้น ทำให้ดวงตาและองค์ประกอบภาพรวมของดวงตา ดูกลมโตสดใส อวดรอยยิ้มหวาน ๆ สามารถเสริมความมั่นใจและสร้างความประทับใจตั้งแต่แรกเห็น

การทำดอลลี่อายในส่วนของขอบตาล่างให้ดูหนาขึ้น ทำให้ดวงตาดูกลมโต สดใส และดูโดดเด่น หลังจากทำแล้วใบหน้าโดยรวมจะดูหวานขึ้น และดูหน้าเด็กลง หนึ่งในบริการศัลยกรรมตาที่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการแก้ไขปรับดวงตาให้ดูน่ารักสไตล์เกาหลี

เคล็ดลับความน่ารักแบบตุ๊กตาด้วยดอลลี่อาย
ดอลลี่อายเป็นการเติมเต็มด้วยไขมัน

การเติมชั้นใต้ตา DOLLY EYES เทคนิคเติมเต็มด้วยไขมัน

การใช้ไขมันใต้ตาเดิมมาจัดเรียงใหม่ หรือจะเป็นการนำไขมันจากบริเวณอื่น ๆ ของร่างกายมาผ่านกระบวนการสกัด (Fat transfer) และนำกลับมาฉีดบริเวณใต้ตา ผลลัพธ์ทำให้ดูมีใบหน้าที่อ่อนเยาว์และน่ารักมากยิ่งขึ้น

ฉีดไขมันดอลลี่อาย Fat Transfer
การฉีดไขมันดอลลี่อาย Fat Transfer
เติมชั้นใต้ตาด้วยการฉีดดอลลี่อาย Fat Transfer

ไขมันที่ถูกดูดออกมาจะถูกนำไปปั่นเพื่อแยกและคัดแต่เซลล์ไขมันออกมาเท่านั้น เพื่อนำไปเตรียมฉีดบริเวณที่ต้องการเติมเต็ม

การเตรียมตัวก่อนการผ่าตัด

  • แจ้งให้แพทย์ทราบข้อมูลโรคประจำตัว ยาโรคประจำตัว, ประวัติการผ่าตัด, ประวัติการแพ้ยา, ประวัติการแพ้อาหาร (หากมีประวัติการรักษาจากโรงพยาบาล ควรนำมาในวันปรึกษาด้วย) หรือแจ้งก่อนวันจองคิวผ่าตัด
  • ผู้ป่วยที่ได้รับยาละลายลิ่มเลือด และยาที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด ยาแก้ปวดกลุ่ม หรือยาโรคประจำตัวอื่น ๆ ควรปรึกษาแพทย์ก่อนทำการผ่าตัดหรือแจ้งก่อนวันจองคิวผ่าตัด
  • งดทานวิตามินอาหารเสริมต่าง ๆ ทุกชนิด เช่น วิตามินอี, น้ำมันปลา, ใบแปะก๊วย เมล็ดองุ่น โสม ฯลฯ ต้องหยุดยาอย่างน้อย 1 เดือน
  • ควรสระผมให้สะอาดเรียบร้อยก่อนวันผ่าตัด และไม่แต่งหน้าในวันผ่าตัด งดใส่คอนแทคเลนส์ในวันผ่าตัด หากมีปัญหาด้านสายตาให้สวมแว่นสายตาแทน
  • งดใส่เครื่องประดับทุกชนิด เช่น ต่างหู สร้อย แหวน จิลต่าง ๆ บนร่างกายในวันผ่าตัด (หากถอดออกไม่ได้ต้องแจ้งให้เจ้าหน้าที่ทราบ)
  • งดสูบบุหรี่อย่างน้อย 4 สัปดาห์ก่อนและหลังผ่าตัด เนื่องจากสารที่อยู่ในบุหรี่มีผลลดปริมาณออกซิเจนในเลือด และทำลายเซลล์ที่จะซ่อมแซมการหายของแผล มีผลทำให้เลือดที่จะมาหล่อเลี้ยงบริเวณที่ผ่าตัดลดลง โดยมีโอกาสให้ผิวหนังที่ผ่าตัดขาดออกซิเจน ทำให้แผลหายช้ากว่าปกติ และเสี่ยงต่อการติดเชื้อได้
  • งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 1-2 วันก่อนผ่าตัด และต่อเนื่องอย่างน้อย 1 สัปดาห์หลังผ่าตัด
  • ก่อนการผ่าตัด คนไข้ต้องทำความสะอาดเล็บมือเล็บเท้าให้สะอาด งดการทาเล็บมือ, เล็บเท้า และงดการต่อเล็บทุกชนิด
  • เตรียมภาวะจิตใจให้พร้อม ไม่ควรตื่นเต้นมากเกินไป และควรทราบว่าหลังผ่าตัดย่อมเกิดการบวมช้ำบริเวณแผล และการเปลี่ยนแปลงของใบหน้า หรือบริเวณร่างกายที่ทำการผ่าตัด ซึ่งต้องใช้เวลาในการหายของแผลหรือความเคยชินกับภาพลักษณ์ใหม่

การดูแลหลังผ่าตัด

  • ในขณะที่นอนหลับพักผ่อน ควรนอนยกศีรษะให้สูง พร้อมทั้งประคบความเย็นเพื่อลดอาการบวมบริเวณที่เปลือกตา
  • งดล้างหน้า 3 วัน เพื่อไม่ให้แผลมีความชื้น แต่สามารถทำความสะอาดด้วยวิธีใช้ผ้าสะอาดชุบน้ำอุ่น เช็ดบริเวณแผล พร้อมกับใช้ผ้าสะอาดซับให้แห้ง
  • ในช่วงหลังผ่าตัด 3-5 วัน ควรประคบน้ำอุ่นเพื่อทำให้อาการบวมลดลง
  • หลีกเลี่ยงการทาเครื่องสำอางที่ต้องใช้วิธีการเช็ดทำความสะอาดบริเวณรอบดวงตา
  • หลังผ่าตัด เมื่อมีการตัดไหม ควรระมัดระวังการขยี้หรือการเช็ดอย่างรุนแรงบริเวณดวงตา เพื่อป้องกันปัญหาอาการฉีกขาดของแผล
  • ควรเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์อย่างเพียงพอ เพื่อให้ร่างกายพักฟื้นได้เร็ว
  • รับประทานยาและปฏิบัติตามคำสั่งของแพทย์อย่างเคร่งครัด
  • ดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย