ฟิลเลอร์คางอันตรายไหม ทำแล้วดีอย่างไร

ปัญหาคางสั้น คางตัด คางถอย เป็นปัญหากวนใจที่ทำให้ใครหลายคนเสียความมั่นใจ อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันมีแนวทางการแก้ไขที่ไม่จำเป็นต้องผ่าตัด ด้วยการใช้ “ฟิลเลอร์คาง” ซึ่งจะช่วยแก้ไขปัญหา และคืนความมั่นใจกลับมาอีกครั้ง ในบทความนี้ได้รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับฟิลเลอร์คางเพื่อเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจ ฟิลเลอร์คางช่วยอะไร อันตรายไหม และเทียบกับการศัลยกรรมคางเป็นอย่างไร บทความนี้มีคำตอบ

ฉีดฟิลเลอร์คางคืออะไร

ฟิลเลอร์คาง

ฟิลเลอร์คาง คือการเติมสารไฮยาลูรอนิค แอซิด (Hyaluronic Acid) เข้าไปในบริเวณคาง เพื่อแก้ไขปัญหาคางสั้น คางตัด คางถอย ช่วยปรับรูปหน้าให้ดูมีมิติมากขึ้น ซึ่งข้อดีของการฉีดฟิลเลอร์คางคือไม่จำเป็นต้องผ่าตัด อาจมีอาการบวมช้ำเล็กน้อย แต่ไม่จำเป็นต้องพักฟื้น และเห็นผลลัพธ์ได้ทันที โดยฟิลเลอร์คางจะสามารถอยู่ได้ 6 เดือนถึง 1 ปี ขึ้นอยู่กับปัจจัยต่าง ๆ แต่ก็สามารถเติมเพิ่มได้เรื่อย ๆ ตามความต้องการ ในกรณีที่ไม่พอใจก็สามารถสลายฟิลเลอร์ได้ ทำให้ฟิลเลอร์คางเป็นหัตถการที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในปัจจุบัน

ฟิลเลอร์คางช่วยอะไรบ้าง

ฟิลเลอร์คางช่วยอะไรได้บ้าง

ฟิลเลอร์คาง เป็นหัตถการที่ช่วยแก้ปัญหาคางได้อย่างครอบคลุม ไม่ว่าจะเป็นคางสั้น, คางตัด, คางถอย รวมถึงคางไม่เท่ากัน ทั้งยังช่วยปรับรูปหน้า ทำให้ดูมีมิติและสมส่วนมากขึ้น เสริมความมั่นใจในการใช้ชีวิตประจำวัน

  • ปรับรูปหน้าให้ดูเรียวและมีมิติ (V-Shape) : สำหรับคนที่มีรูปหน้ากลมหรือหน้าสั้น การเติมฟิลเลอร์จะช่วยเพิ่มความยาวของคางให้รับกับโหนกแก้มและกราม ส่งผลให้ใบหน้าดูเรียวเล็กลง และเปลี่ยนจากหน้าดุหรือหน้าแบนให้ดูมีมิติสดใสขึ้นทันทีโดยไม่ต้องผ่าตัด
  • แก้ไขปัญหาคางสั้นหรือคางถอย: หลายคนมีปัญหาโครงสร้างคางสั้นหรือคางที่หดเข้าไปด้านหลัง (Chin Recession) ซึ่งทำให้รูปหน้าดูไม่สมดุล การเติมสารเติมเต็มจะช่วยพยุงเนื้อเยื่อและเพิ่มปริมาตรให้คางพุ่งออกมาด้านหน้าอย่างพอดี ทำให้รูปหน้าด้านข้าง (Side Profile) ดูสวยและรับกับจมูกและริมฝีปากมากขึ้น
  • สร้างความสมดุลตามหลักสัดส่วนทองคำ (Golden Ratio) : การปรับคางช่วยให้ใบหน้าส่วนล่างมีความยาวที่เหมาะสมเมื่อเทียบกับหน้าผากและจมูก ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้ใบหน้าดูละมุนและมองแล้วสบายตา เป็นการเสริมเสน่ห์ให้ใบหน้าดูน่าดึงดูดมากยิ่งขึ้น
  • ช่วยให้กรอบหน้าชัดเจนขึ้น: เมื่อคางได้รูปทรงที่เหมาะสม ผิวหนังที่เคยหย่อนคล้อยบริเวณใต้คางหรือช่วงกรามจะถูกดึงให้ตึงขึ้นในระดับหนึ่ง ส่งผลให้เห็นแนวขอบกรามและกรอบหน้าได้ชัดเจนขึ้น ช่วยพรางปัญหาเรื่องเหนียงหรือผิวที่ไม่กระชับได้ในเชิงมิติ
  • ปรับแก้ความไม่สม่ำเสมอของปลายคาง: ในบางกรณีที่มีรอยบุ๋มตรงกลางคาง หรือคางสองแฉกที่ทำให้เจ้าตัวขาดความมั่นใจ การใช้ฟิลเลอร์จะช่วยเกลี่ยพื้นผิวบริเวณปลายคางให้เรียบเนียนสม่ำเสมอ คืนความมั่นใจให้รอยยิ้มดูสวยสมบูรณ์แบบ
ฉีดฟิลเลอร์คางอันตรายไหม

ฉีดฟิลเลอร์คางอันตรายไหม

ฉีดฟิลเลอร์คาง ไม่อันตราย ในกรณีที่ฉีดฟิลเลอร์คางโดยแพทย์ที่มีประสบการณ์ ในสถานที่ที่ได้มาตรฐาน ใช้ฟิลเลอร์แท้ และใช้เทคนิคที่เหมาะสมกับแต่ละคน ปัจจัยเหล่านี้จะทำให้ช่วยลดความเสี่ยงและผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น ทั้งยังทำให้ผลลัพธ์จากการฉีดฟิลเลอร์คางตรงตามความต้องการ

ปรึกษาหมอฟรี
  • มาตรฐานของสารเติมเต็ม : ปัจจัยเสี่ยงที่อันตรายที่สุดคือการใช้สารเติมเต็มที่ไม่ได้มาตรฐาน หรือ “ยาปลอม” รวมถึงสารที่ไม่สลายตัวอย่างซิลิโคนเหลว ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดการอักเสบ ติดเชื้อ หรือไหลย้อยผิดรูปในระยะยาว การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์แท้ที่ตรวจสอบที่มาได้และผ่านการรับรองอย่างถูกต้อง
  • ความเข้าใจในสรีระและตำแหน่งการวางยา : บริเวณคางมีเส้นเลือดและเส้นประสาทกระจายอยู่ การฉีดจึงต้องอาศัยผู้ที่มีความเข้าใจในโครงสร้างใบหน้าอย่างละเอียด เพื่อวางเนื้อยาในชั้นผิวที่ถูกต้อง ลดความเสี่ยงในการฉีดเข้าเส้นเลือดซึ่งอาจนำไปสู่การอุดตันหรือเนื้อเยื่อขาดเลือดได้ การวิเคราะห์ตำแหน่งอย่างแม่นยำจึงช่วยให้ผลลัพธ์ออกมาสวยและปลอดภัยไปพร้อมกัน
  • เทคนิคและความสะอาด : สถานที่รับบริการต้องมีมาตรฐานความสะอาดระดับสถานพยาบาล มีการดูแลเครื่องมือและขั้นตอนการทำหัตถการที่ปลอดเชื้ออย่างเคร่งครัด เพื่อลดโอกาสการติดเชื้อแบคทีเรียที่อาจเกิดขึ้นได้หลังการฉีด
  • อาการปกติ vs สัญญาณเตือน: หลังทำอาจมีอาการบวมแดงหรือเขียวช้ำเล็กน้อยเป็นเรื่องปกติ ซึ่งจะค่อยๆ หายไปเอง แต่หากมีอาการปวดรุนแรง ผิวเปลี่ยนสีเป็นสีคล้ำหรือขาวซีดผิดปกติ หรือมีตุ่มหนองเกิดขึ้น ต้องรีบกลับมาให้ผู้ชำนาญการประเมินอาการทันที

การฉีดฟิลเลอร์คางจะไม่ใช่เรื่องที่น่ากังวล หากคนไข้ได้รับข้อมูลที่ครบถ้วน ได้รับการประเมินโครงสร้างอย่างตรงไปตรงมา และเลือกรับบริการในสถานที่ที่ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยเป็นอันดับต้นๆ

เปรียบเทียบฉีดคางกับศัลยกรรมคาง

ฉีดฟิลเลอร์คาง เทียบกับทำศัลยกรรมคาง

การฉีดฟิลเลอร์คาง กับการผ่าตัดศัลยกรรมคาง มีความแตกต่างกันในหลาย ๆ ด้าน และมีข้อดีข้อเสียแตกต่างกัน อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจว่าจะฉีดฟิลเลอร์หรือศัลยกรรมเสริมคาง แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ที่มีประสบการณ์ เนื่องจากแพทย์จะเป็นคนประเมิน และเลือกวิธีที่เหมาะสมกับแต่ละคนมากที่สุด โดยความแตกต่างของการฉีดฟิลเลอร์คาง เมื่อเทียบกับศัลยกรรมคาง มีดังนี้

ฉีดฟิลเลอร์คาง

การฉีดฟิลเลอร์คาง มีข้อดีคือไม่จำเป็นต้องผ่าตัด จึงไม่จำเป็นต้องพักฟื้น อีกทั้งหากไม่พอใจยังสามารถฉีดสลายฟิลเลอร์ได้ อย่างไรก็ตาม ในแง่ของข้อจำกัดคือการฉีดฟิลเลอร์คาง ผลลัพธ์ที่ได้จะไม่อยู่แบบถาวร หากต้องให้คงสภาพอาจต้องเติมฟิลเลอร์เรื่อย ๆ รวมถึงหากฉีดกับแพทย์ที่ไม่มีประสบการณ์ หรือใช้ฟิลเลอร์ปลอม อาจทำให้ผลลัพธ์ไม่ตรงตามความต้องการ และจะต้องแก้ไขในภายหลัง จนมีค่าใช้จ่ายบานปลายได้

ทำศัลยกรรมคาง

สำหรับการทำศัลยกรรมคาง มีข้อดีคือได้ผลลัพธ์แบบถาวร ไม่จำเป็นต้องคอยเข้ามาเติมฟิลเลอร์ซ้ำ ๆ จึงเหมาะกับคนที่ต้องการผลลัพธ์ในระยะยาว อย่างไรก็ตาม การศัลยกรรมคางจำเป็นจะต้องผ่าตัด จึงจำเป็นจะต้องใช้ระยะเวลาพักฟื้น และดูแลอย่างจริงจัง เพื่อไม่ให้ซิลิโคนเคลื่อน และเกิดผลข้างเคียงอื่น ๆ ตามมา

ฟิลเลอร์คางอยู่ได้นานแค่ไหน

ฟิลเลอร์คางอยู่ได้นานแค่ไหน

โดยทั่วไปฟิลเลอร์คางจะอยู่ได้ประมาณ 6 เดือนถึง 1 ปี ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลาย ๆ อย่าง เช่น ชนิดของฟิลเลอร์ ปริมาณ รวมถึงการดูแลตัวเองหลังฉีดฟิลเลอร์คาง ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้สามารถยืดระยะเวลาฟิลเลอร์คางได้ ในกรณีที่ดูแลตัวเองไม่ดี อาจทำให้ฟิลเลอร์คางสลายไปได้เร็วกว่าปกติ แนะนำให้ปฏิบัติตัวตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด จะทำให้ฟิลเลอร์คางอยู่ได้นานขึ้น

ข้อควรระวังในการฉีดฟิลเลอร์คาง

ข้อควรระวังหลังฉีดฟิลเลอร์คาง

แม้ว่าฟิลเลอร์คางจะช่วยแก้ปัญหาคางสั้น คางตัด คางถอยได้ โดยไม่จำเป็นต้องผ่าตัด แต่ก็มีข้อควรระวัง ดังนี้

  • งดนวดหรือกดบริเวณที่ฉีดฟิลเลอร์คางในช่วง 2 สัปดาห์แรก เพราะอาจทำให้ฟิลเลอร์คางเคลื่อนตัวได้
  • หลีกเลี่ยงการสัมผัสกับคางโดยไม่จำเป็น เพื่อป้องกันการติดเชื้อ
  • งดเลเซอร์ผิวหลังจากฉีดฟิลเลอร์คางอย่างน้อย 1 เดือน
  • หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ต้องโดนความร้อนโดยตรง เนื่องจากอาจทำให้ฟิลเลอร์สลายเร็วขึ้น
  • ในช่วง 48 ชั่วโมงหลังฉีดฟิลเลอร์คาง แนะนำให้อยู่ในพื้นที่ที่อากาศเย็น งดโดนแดดโดยตรง 
  • งดดื่มแอลกอฮอล์และสูบบุหรี่ อย่างน้อย 2 สัปดาห์ เพราะอาจเพิ่มความเสี่ยงในการบวมช้ำ
  • งดทานอาหารแสลง เช่น ของหมักดอง, อาหารที่ไม่สุก, อาหารที่เผ็ดเกินไป รวมถึงงดทานวิตามิน หรืออาหารเสริมต่าง ๆ อย่างน้อย 2 สัปดาห์
  • งดใส่หมวกกันน็อคที่มีสายรัดบริเวณคางแน่น รวมถึงงดนั่งเท้าคาง
  • ไม่ควรขาดน้ำ แนะนำให้ดื่มน้ำเปล่าให้เพียงพอต่อวัน เนื่องจากจะช่วยให้ฟิลเลอร์อยู่ได้นานขึ้น
  • ไม่ควรละเลยคำแนะนำและข้อปฏิบัติของแพทย์ ควรปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด และในกรณีที่มีอาการผิดปกติใด ๆ แนะนำให้เข้าพบแพทย์ทันที

ฉีดฟิลเลอร์คางที่มาสเตอร์พีชราคาเท่าไหร่

ราคาของฟิลเลอร์คางจะแตกต่างกันออกไปขึ้นอยู่กับชนิดของฟิลเลอร์ที่เลือกใช้ รวมถึงเทคนิคของแพทย์ แนะนำให้เข้าปรึกษาแพทย์ที่มีประสบการณ์ เพื่อให้แพทย์ประเมินปัญหา และเลือกเทคนิคที่เหมาะสมกับแต่ละคนมากที่สุด ในเบื้องต้นทีมแพทย์โรงพยาบาลมาสเตอร์พีชพร้อมให้คำปรึกษาโดยไม่มีค่าใช้จ่าย

ฟิลเลอร์คางมาสเตอร์พีช
ฟิลเลอร์คางมาสเตอร์พีช

ฟิลเลอร์ที่ดี ต้องฟิลเลอร์ที่มาสเตอร์พีช

สำหรับใครที่สนใจฉีดฟิลเลอร์คาง เพื่อแก้ปัญหาคาง รวมถึงปรับรูปหน้า เพื่อเสริมความมั่นใจ โรงพยาบาลมาสเตอร์พีชพร้อมให้บริการ โดยโรงพยาบาลมาสเตอร์พีชมีทีมแพทย์ที่มีประสบการณ์ พร้อมด้วยเทคนิคและเครื่องมือที่ครบครัน ได้มาตรฐานโรงพยาบาล มั่นใจได้ว่าจะได้รับผลลัพธ์ตรงตามความต้องการ คอยดูแลและให้คำปรึกษาอย่างใกล้ชิด ถ้าสนใจสามารถเข้ามาติดต่อสอบถามได้ที่โรงพยาบาลมาสเตอร์พีช

แชร์เลย:
register