Thermage กับ Ulthera นวัตกรรมยกกระชับผิว ทำโปรแกรมไหนดี ?

Thermage กับ Ulthera นวัตกรรมยกกระชับผิว ทำโปรแกรมไหนดี ?

หลายคนอาจสงสัยว่า Thermage vs Ulthera มีความแตกต่างกันอย่างไร และควรเลือกทำหัตถการไหน เพราะทั้งสองหัตถการต่างก็ช่วยแก้ปัญหาต่าง ๆ บนใบหน้าได้เป็นอย่างดี ในบทความนี้จึงได้รวบรวมข้อแตกต่าง รวมถึงข้อดีข้อเสีย เพื่อให้เข้าใจเกี่ยวกับ Thermage กับ Ulthera มากขึ้น และเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจ ทำให้สามารถเลือกทำหัตถการได้อย่างเหมาะสม

Ulthera กับ Thermage เทียบความต่างกันอย่างไร

Ulthera กับ Thermage เทียบความต่างกันอย่างไร

Ulthera กับ Thermage ต่างก็มีจุดเด่นเฉพาะตัว อีกทั้งยังมีหลักการทำงานที่แตกต่างกัน ดังนี้

หลักการทำงานยกกระชับผิวของ Ulthera

สำหรับหลักการทำงานของ Ulthera คือการใช้คลื่นเสียงความถี่สูงที่มีความจำเพาะเจาะจง (Micro Focused Ultrasound) ส่งเข้าไปยังชั้นผิว SMAS เพื่อให้เกิดความร้อน 60-70 องศาเซลเซียส ทำให้คอลลาเจนหดตัว และกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ ช่วยยกกระชับผิว และลดริ้วรอยบนใบหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ

หลักการทำงานยกกระชับผิวของ Thermage

สำหรับหลักการทำงานของ Thermage จะเป็นการส่งคลื่นวิทยุ (Radiofrequency) เข้าไปยังชั้นผิวที่ลึกถึงไขมันและคอลลาเจน ก่อให้เกิดความร้อนใต้ชั้นผิว เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน และกระชับโครงสร้างผิวเดิม หลังจากทำ Thermage จะทำให้รู้สึกว่าผิวกระชับขึ้นทันที ทั้งยังช่วยลดริ้วรอย ทำให้ผิวหนังแข็งแรง และมีความยืดหยุ่นมากขึ้น

ปรึกษาหมอฟรี

จุดเด่น Ulthera VS Thermage มีอะไรบ้าง ?

Ulthera Vs Thermage มีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันอย่างไรบ้าง ในหัวข้อนี้จะมาเปรียบเทียบให้เห็นอย่างชัดเจน

ข้อดี – ข้อเสีย ของ Ulthera

ข้อดีของ Ulthera

  • ไม่มีรอยแผล ไม่มีรอยเข็ม อีกทั้งยังเห็นผลลัพธ์ได้ทันที 30%
  • เนื่องจากไม่ต้องผ่าตัด จึงไม่จำเป็นต้องพักฟื้น สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ
  • ได้รับการรับรองมาตรฐาน FDA สหรัฐอเมริกา ทำให้มั่นใจได้ในประสิทธิภาพ และไม่มีความเสี่ยงหรือผลข้างเคียง
  • มีหัวยิงพลังงานให้เลือกหลากหลาย ทำให้แพทย์สามารถเลือกใช้ได้อย่างเหมาะสม
  • มีความแม่นยำสูง เนื่องจากมีหน้าจอที่แสดงตำแหน่งยิงพลังงานแบบ Real time
  • การทำ Ulthera 1 ครั้ง ผลลัพธ์จะสามารถอยู่ได้นานถึง 1 ปี

ข้อเสียของ Ulthera

  • ในบางกรณี หลังจากทำ Ulthera เสร็จอาจมีรอยแดงเล็กน้อย ซึ่งจะค่อย ๆ หายไปเองเมื่อเวลาผ่านไป
  • อาจมีอาการบวมหรือระบม 1-2 สัปดาห์ ขึ้นอยู่กับแต่ละคน

ข้อดี – ข้อเสีย ของ Thermage

ข้อดีของ Thermage

  • หลังจากทำ Thermage จะเห็นผลลัพธ์ทันที 20% และหลังจากผ่านไป 3-6 เดือน จึงจะเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนที่สุด
  • ใช้จำนวนการยิงพลังงานในการทำน้อยกว่า Ulthera เนื่องจากการยิงพลังงาน 1 ครั้งจะครอบคลุมชั้นผิวอย่างทั่วถึง
  • ใช้เวลาในการทำไม่นาน เพียง 40-90 นาที
  • ไม่จำเป็นต้องพักฟื้น สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ
  • ได้รับการรับรองมาตรฐาน FDA สหรัฐอเมริกา ทำให้มั่นใจได้ในประสิทธิภาพ และไม่มีความเสี่ยงหรือผลข้างเคียง
  • การทำ Thermage 1 ครั้ง ผลลัพธ์จะสามารถอยู่ได้นาน 1-2 ปี ขึ้นอยู่กับการดูแลตัวเองของแต่ละคน

ข้อเสียของ Thermage

  • อาจมีรอยแดง ซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้ตามปกติ และจะค่อย ๆ หายไปเอง
  • อาจมีอาการบวมหรือระบม 1-2 สัปดาห์ ขึ้นอยู่กับแต่ละคน
  • มีราคาที่ค่อนข้างสูง เมื่อเทียบกับการใช้เครื่องยกกระชับแบบอื่น
Thermage กับ Ulthera เหมาะกับใครบ้าง ?

Thermage กับ Ulthera เหมาะกับใครบ้าง ?

แม้ว่า Thermage vs Ulthera จะช่วยแก้ปัญหาใบหน้าได้เหมือนกัน แต่ทั้งสองหัตถการจะเหมาะกับกลุ่มคนที่แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับปัญหาและสภาพผิวของแต่ละคน ดังนี้

คนที่เหมาะกับ Thermage

  • คนที่ไม่ต้องการผ่าตัด และไม่มีเวลาพักฟื้น
  • เหมาะกับคนที่ต้องการฟื้นฟูผิวหน้า กระชับรูขุมขน ช่วยให้ผิวกระชับ
  • เหมาะกับคนที่ต้องการยกกระชับรอบดวงตา เปลือกตา มีปัญหาตาตก
  • เหมาะกับคนที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อย ไม่ว่าจะเป็นบริเวณใบหน้า คอ หน้าท้อง ต้นแขน รวมถึงหลังมือ
  • เหมาะกับคนที่มีไขมันสะสมบริเวณแก้ม ใต้คาง เหนียง หรือไขมันบริเวณคาง
  • เหมาะกับคนที่มีไขมันบริเวณใบหน้า ต้องการปรับรูปหน้าให้เรียวกระชับขึ้น
  • เหมาะกับคุณแม่หลังคลอดที่ต้องการกระชับหน้าท้องหย่อนคล้อย

คนที่เหมาะกับ Ulthera

  • เหมาะกับคนที่ไม่ค่อยมีเวลาดูแลตัวเอง เนื่องจากผลลัพธ์ของ Ulthera สามารถอยู่ได้นานถึง 1 ปี
  • เหมาะกับคนที่ต้องการเพิ่มความคมชัดให้กรอบหน้า ลดเหนียง เห็นแนวกรามชัดเจน
  • เหมาะกับคนที่ต้องการเพิ่มความกระชับ เก็บรายละเอียดเล็ก ๆ
  • เหมาะกับคนที่ต้องการลดริ้วรอยต่าง ๆ บนใบหน้า
  • เหมาะกับคนที่ต้องการยกกระชับแก้ม เหนียง ที่มีความหย่อนคล้อย
  • เหมาะกับคนที่ต้องการแก้ปัญหารูขุมขนกว้าง เพิ่มความเรียบเนียน กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในชั้นผิว

สามารถทำ Ulthera ร่วมกันกับ Thermage ได้ไหม เห็นผลไวขึ้นไหม?

Ulthera กับ Thermage สามารถทำร่วมกันได้ เมื่อทำร่วมกันจะใช้พลังงานคนละชนิดลงในชั้นผิวที่ต่างกัน Thermage ช่วยให้ผิวแน่นกระชับจากด้านบน ในขณะที่ Ulthera จะช่วยยกกระชับจากชั้นล่าง ทำให้กรอบหน้า ร่องแก้ม คาง และมุมปากดูยกกระชับอย่างชัดเจน ในปัจจุบันการทำ Thermage กับ Ulthera ร่วมกันก็ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย เพราะจะช่วยเสริมประสิทธิภาพได้เป็นอย่างดี อย่างไรก็ตาม แนะนำให้ทำกับแพทย์ที่มีประสบการณ์ ในโรงพยาบาลที่ได้มาตรฐาน เพื่อลดความเสี่ยงและผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น รวมถึงทำให้ได้ผลลัพธ์ตรงตามความต้องการ

Ulthera กับ Thermage เจ็บไหม ?

ปฏิเสธไม่ได้ว่า Ulthera กับ Thermage เป็นหัตถการที่จะรู้สึกเจ็บขณะทำทั้งคู่ โดย Ulthera จะรู้สึกอุ่นร้อนบริเวณที่ทำ ในขณะที่ Thermage จะรู้สึกเจ็บมากกว่า แต่ไม่ต้องกังวลไป เพราะไม่ว่าจะทำหัตถการอะไร แพทย์จะใช้ยาชา ซึ่งจะช่วยให้ความเจ็บลดลง อีกทั้งในการทำหัตถการ แพทย์จะคอยประเมินอาการเจ็บอยู่ตลอดเวลา จึงมั่นใจได้ว่าจะไม่มีความเสี่ยงหรือผลข้างเคียงใด ๆ เกิดขึ้นขณะทำหัตถการอย่างแน่นอน

ทำ Thermage vs Ulthera ทำที่ไหนดี

ทำ Thermage vs Ulthera ทำที่ไหนดี

การเลือกสถานที่ทำหัตถการ ไม่ว่าจะเป็น Thermage หรือ Ulthera เป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้ผลลัพธ์ออกมาตรงตามความต้องการ สำหรับใครที่สนใจทำหัตถการ แต่ยังไม่แน่ใจว่าควรเลือก Thermage หรือ Ulthera ให้โรงพยาบาลมาสเตอร์พีชเป็นคำตอบของคุณ โรงพยาบาลมาสเตอร์พีชเป็นโรงพยาบาลที่ได้มาตรฐาน มีทีมแพทย์ที่มีประสบการณ์ พร้อมด้วยเครื่องมือที่ครบถ้วน ในเบื้องต้นสามารถเข้าปรึกษาทีมแพทย์ได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย เพื่อให้แพทย์ประเมินปัญหา และแนะนำหัตถการที่เหมาะกับแต่ละคนมากที่สุด

สรุป

โปรแกรม Thermage vs Ulthera มีจุดเด่นที่แตกต่างกัน โดยสามารถแก้ปัญหาต่าง ๆ บนใบหน้า เช่น ริ้วรอย ผิวหน้าหย่อนคล้อยได้อย่างมีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ทีมีประสบการณ์ เพื่อให้แพทย์ประเมินปัญหาและสภาพผิว พร้อมทั้งแนะนำเทคนิคที่เหมาะกับแต่ละคนมากที่สุด สำหรับใครที่สนใจทำ Thermage หรือ Ulthera โรงพยาบาลมาสเตอร์พีช มีทีมแพทย์ที่มีประสบการณ์ พร้อมด้วยเครื่องมือที่ครบถ้วน ได้มาตรฐานโรงพยาบาล ในเบื้องต้นสามารถเข้าปรึกษาแพทย์ได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย

แชร์เลย:
register