โรงพยาบาลมาสเตอร์พีซ 99/19 ถ.สุโขทัย, แขวง ดุสิต เขตดุสิต, กทม. 10300
02-1054370

การหย่อนสมรรถภาพทางเพศหรือการเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ (Erectile dysfunction)

      ภาวะหย่อนสมรรถภาพส่วนใหญ่กว่า 70% มักเกิดจากเส้นเลือดที่มาเลี้ยงองคชาต เริ่มมีการเสื่อมสมรรถภาพตามการเวลา  โรคประจำตัวต่างๆ หรือการสูบบุหรี่ โดยทั่วไปการแข็งตัวขององคชาต เริ่มจากร่างกายหรือจิตใจมีความต้องการในการมีเพศสัมพันธ์ จะไปกระตุ้นให้สมอง สั่งการไปที่ระบบประสาท แล้วระบบประสาทนั้นจะไปกระตุ้น ให้เส้นเลือดแดงเกิดการขยายตัว เลือดจะไปขังที่องคชาต ทำให้เกิดการแข็งตัว ซึ่งหากเส้นเลือดที่ไปเลี้ยงองคชาตมีความผิดปกติ จะทำให้แข็งตัวได้น้อย หรือไม่แข็งตัวเลย  จนไม่สามารถมีเพศสัมพันธ์ได้ตามปกติ

การหย่อนสมรรถภาพทางเพศเกิดจาก 4 ปัจจัย 

1.ฮอร์โมนเพศชาย 

2.เส้นประสาท

3.เส้นเลือดที่มาเลี้ยงองคชาต

4.ภาวะจิตใจ

ซึ่งการแข็งตัวขององคชาติ ต้องมีปัจจัยทั้ง4 ร่วมกันทำงาน จึงจะสามารถแข็งตัว และสามารถมีเพศสัมพันธ์ได้ตามปกติ

ปัจจัยเสี่ยงต่อการหย่อนสมรรถภาพทางเพศ

1. โรคเรื้อรังทางระบบหลอดเลือดและประสาท เช่น โรคความดันโลหิต โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดตีบ

2. ยาบางชนิด เช่น ยารักษาโรคความดันโลหิตสูงบางตัว ยากล่อมประสาท ยาฮอร์โมน และยาโรคกระเพาะ

3. โรคเกิดจากการผ่าตัด 

4. โรคทางจิตใจ เช่น ความเครียด ความวิตกกังวล และภาวะซึมเศร้า

5. บุหรี่และเหล้า

วิธีรักษาการหย่อนสมรรถภาพทางเพศที่ทำได้ด้วยตัวเอง

1.หลีกเลี่ยงการรับสารนิโคตินจากการสูบบุหรี่ 

2.งดดื่มแอลกอฮอล์ และสารเสพติดอื่นๆ

ความบกพร่องทางเพศชายมี 3 ลักษณะ

1. ไม่มีความรู้สึกหรือความต้องการทางเพศ 

2. อวัยวะเพศไม่แข็งตัว หรือแข็งได้ไม่ดีพอ หรือไม่นานพอที่จะเกิดความพึงพอใจ 

3. การหลั่งเร็ว พบได้บ่อยในคนที่มีสาเหตุเกิดจากด้านจิตใจ

การทำ (Low-Intensity Shock Wave Therapy)

         เป็นการกระตุ้นให้เกิดการสร้างเส้นเลือดใหม่ ซึ่งการสร้างเส้นเลือดใหม่นี้จะทำให้เลือดเข้าสู่องคชาตดียิ่งขึ้น ส่งผลให้การแข็งตัวดีขึ้นด้วย   การทำ Shock Wave Therapy จะให้ผลที่ยาวนานกว่า เพราะมีการสร้างเส้นเลือดใหม่เกิดขึ้น    

การรักษาภาวะหย่อนสมรรถภาพด้วยวิธีอื่น

 1.การใช้ยาฉีดเข้าสู่อวัยวะเพศโดยตรง ก่อนมีเพศสัมพันธ์ 5 – 10 นาที สามารถทำให้อวัยวะเพศแข็งตัวได้ประมาณ 1 ชั่วโมง จะมีผลให้เกิดการขยายตัวของเส้นเลือด เหมาะกับการใช้เมื่อมีเพศสัมพันธ์เป็นครั้งๆไป

2.การผ่าตัดใส่แกนอวัยวะเพศ เป็นทางเลือกสุดท้ายในการรักษาผู้ป่วยหย่อนสมรรถภาพทางเพศ เป็นการผ่าตัดใส่แกนอวัยวะเพศเทียมเข้าไปในอวัยวะเพศโดยตรง ใช้ในกรณีที่รักษาโดยวิธีการอื่นๆ ที่กล่าวมาแล้วไม่ได้ผล

3. P-Shot เป็นเทคนิคที่ใช้เกร็ดเลือดของผู้ป่วยเอง ฉีดเข้าสู่อวัยวะเพศโดยตรง ซึ่งจะช่วยกระตุ้นการสร้างเส้นเลือดขึ้นมาใหม่ ให้ผลคล้ายคลึงกับการทำ Shock Wave Therapy ซึ่งยังเป็นการรักษาใหม่ในปัจจุบัน

4.การรักษาโดยการใช้ยารับประทาน โดยจะต้องรับประทานก่อนมีเพศสัมพันธ์ ประมาณ 30 นาที – 1 ชั่วโมง และยาในกลุ่มนี้ผลข้างเคียง เช่น ใจสั่น ปวดศีรษะ เห็นแสงวูบวาบ คัดจมูก

5.การใช้กระบอกสุญญากาศ (Vacuum Device) เป็นการใช้กระบอกสุญญากาศครอบที่อวัยวะเพศ หลังจากนั้นก็สูบอากาศออกจากท่อ ทำให้เลือดเข้าไปในอวัยวะเพศจนอวัยวะเพศแข็งตัวได้ดี หลังจากนั้นจึงใช้ยางรัดเพื่อไม่ให้เลือดไหลออก 

การรักษาในแต่ละวิธีควรปรึกษาแพทย์ที่เชี่ยวชาญก่อน

การแข็งตัวขององคชาตมีด้วยกัน 3 กลไก 

– การแข็งตัวเวลานอนหลับ (Nocturnal Erection) เวลานอนหลับจะมีการแข็งตัวคืนละประมาณ 4 – 6 ครั้ง ครั้งละ 15 – 30 นาที

– การแข็งตัวจากจิตใจ (Psychogenic Erection) เมื่อมีความต้องการทางเพศจากสิ่งเร้าต่าง ๆ ที่มากระตุ้น Nerve) ที่มากระตุ้นให้เส้นเลือดในองคชาตมีการขยายตัว เลือดเข้ามาเลี้ยงมากขึ้น ทำให้องคชาตแข็งตัว

-การแข็งตัวจากรีเฟล็กซ์ (Reflexogenic Erection) เมื่อมีการกระตุ้นหรือสัมผัสบริเวณองคชา

ภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ มีอยู่ 2 ปัจจัยหลัก 

ปัจจัยภายใน  ที่สามารถแบ่งได้เป็น 2 กลุ่ม 

   ได้แก่ สภาพจิตใจ และความผิดปกติของระบบต่างๆในร่างกาย

-ปัจจัยทางสภาพจิตใจ  ถือว่าเป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลต่อภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ สาเหตุเป็นได้ทั้งจากโรคของผู้ป่วยเอง   

           1.ภาวะซึมเศร้า 

            2.วิตกกังวล

            3.ความเครียดจากหน้าที่การงาน 

            4.ความสัมพันธ์ที่ไม่ดีระหว่างคู่ครอง

            5.ความไม่มั่นใจที่เกิดจากการมีเพศสัมพันธ์ที่ล้มเหลวมาก่อน 

            6.ความผิดปกติจากระบบต่างๆในร่างกาย เช่น ตัวองคชาติเอง หรือ ระบบเส้นเลือด ระบบประสาท และฮอร์โมน

-ปัจจัยภายนอก ก็เป็นสาเหตุที่พบได้บ่อยไม่แพ้กัน

      เช่น ยาที่มีผลต่อการแข็งตัวขององคชาติ รวมไปถึงลักษณะการใช้ชีวิตของผู้ป่วย เป็นต้น