สรุปข้อเท็จจริง ไข้หวัดนก H5N1 แพร่จากแมวสู่คนได้จริงหรือไม่? ป้องกันได้อย่างไร

สรุปข้อเท็จจริง ไข้หวัดนก H5N1 แพร่จากแมวสู่คนได้จริงหรือไม่? ป้องกันได้อย่างไร

กลายเป็นประเด็นที่สร้างความตื่นตระหนกให้กับทาสแมวทั่วโลก หลังจาก Centers for Disease Control and Prevention (CDC) ออกมายืนยันเคสผู้ติดเชื้อไข้หวัดนกสายพันธุ์ H5N1 จากแมวบ้าน ซึ่งถือเป็นสัญญาณเตือนว่าไวรัสชนิดนี้กำลังขยายวงกว้างจากสัตว์ปีกมาสู่สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่ใกล้ชิดกับมนุษย์มากขึ้น จนหลายคนเริ่มตั้งคำถามว่าแมวที่เลี้ยงอยู่ในบ้านยังปลอดภัยหรือไม่ และความเสี่ยงในการติดเชื้อจากสัตว์เลี้ยงใกล้ตัวนั้นอยู่ในระดับใด บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจเกี่ยวกับการแพร่เชื้อไข้หวัดนก H5N1 ในแมว อาการที่ควรเฝ้าระวัง รวมถึงข้อเท็จจริงที่เจ้าของสัตว์เลี้ยงควรรู้เพื่อรับมือกับโรคนี้อย่างเหมาะสม

ไข้หวัดนก H5N1 คืออะไร?

ไข้หวัดนก H5N1 คืออะไร?

ไข้หวัดนก H5N1 เป็นโรคติดเชื้อทางเดินหายใจที่เกิดจากเชื้อไวรัส Influenza A สายพันธุ์ H5N1 ในตระกูล Orthomyxoviridae ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่ก่อโรครุนแรงและมีอัตราการเสียชีวิตในผู้ติดเชื้อค่อนข้างสูง เดิมมักพบการระบาดในสัตว์ปีก เช่น ไก่ เป็ด หรือสัตว์ป่าบางชนิด แต่ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา มีรายงานการติดเชื้อในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นวัว แมว สุนัข ไปจนถึงสัตว์ป่าในหลายประเทศ

ในบางกรณี ไข้หวัดนก H5N1 อาจแพร่สู่มนุษย์ผ่านการสัมผัสสารคัดหลั่ง มูล หรือซากสัตว์ที่ติดเชื้อ รวมถึงการบริโภคเนื้อสัตว์ปีกหรือผลิตภัณฑ์จากสัตว์ที่ปรุงไม่สุกอย่างเหมาะสม

ไข้หวัดนก H5N1 ติดจากแมวสู่คนได้จริงไหม?

จากรายงานของกรมอนามัยสาธารณะเทศมณฑลลอสแอนเจลิส (LACDPH) พบว่าแมวเลี้ยง 19 ตัวจาก 5 ครัวเรือน มีอาการป่วยทางระบบทางเดินหายใจ ตับ หรือระบบประสาทอย่างรุนแรง หลังจากกินเนื้อดิบ อาหารสัตว์เลี้ยงดิบ (BARF) หรือนมดิบ

ปรึกษาหมอฟรี

เมื่อทำการสัมภาษณ์เจ้าของสัตว์เลี้ยงและตรวจสอบรายชื่อเจ้าหน้าที่ในคลินิกสัตวแพทย์ 10 แห่ง พบว่ามี 139 คนที่มีอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่หลังจากสัมผัสกับแมวที่ติดเชื้อ ต่อมาในเดือนเมษายนปี 2568 กรมอนามัยฯ ได้ทำการสำรวจเชิงซีรัมวิทยากับผู้สัมผัสเชื้อ 25 คน พบว่ามี 1 คนที่ตรวจพบแอนติบอดี H5N1 หลังจากสัมผัสแมวที่ติดเชื้อ เป็นหลักฐานว่าเชื้อไข้หวัดนก H5N1 มีโอกาสแพร่จากแมวเลี้ยงสู่คนได้เช่นกัน

อาการไข้หวัดนก H5N1 ในแมว ที่ทาสแมวต้องสังเกต

อาการไข้หวัดนก H5N1 ในแมว ที่ทาสแมวต้องสังเกต

เมื่อแมวติดเชื้อไข้หวัดนก H5N1 อาการมักทรุดลงอย่างรวดเร็ว เจ้าของสามารถสังเกตอาการผิดปกติที่อาจบ่งชี้ถึงการติดเชื้อได้ดังต่อไปนี้

  • ซึม
  • มีไข้
  • เบื่ออาหาร
  • ไม่เลียขนทำความสะอาดตัว
  • มีน้ำมูก
  • ไอ จาม
  • หายใจลำบาก
  • มีอาการทางระบบประสาท เช่น เดินเซ สั่น ชัก
  • สูญเสียการมองเห็นฉับพลัน
  • กล้ามเนื้ออ่อนแรง

รู้ได้อย่างไรว่าติดเชื้อไข้หวัดนก H5N1 จากน้องแมว

หากเจ้าของมีประวัติสัมผัสแมวที่ติดเชื้อไข้หวัดนก H5N1 หรือแมวที่มีอาการเข้าข่ายติดเชื้อ สามารถสังเกตอาการของตนเองได้ดังต่อไปนี้

  • มีไข้สูง
  • ปวดศีรษะ
  • อ่อนเพลีย
  • ไอ เจ็บคอ
  • ปวดเมื่อยร่างกาย
  • ปอดอักเสบ
  • หายใจลำบาก
วิธีป้องกันและดูแลสัตว์เลี้ยงให้ปลอดภัยจากไข้หวัดนก H5N1

วิธีป้องกันและดูแลสัตว์เลี้ยงให้ปลอดภัยจากไข้หวัดนก H5N1

เพื่อปกป้องสัตว์เลี้ยงให้ปลอดภัย คุณสามารถป้องกันและลดความเสี่ยงจากการติดเชื้อไข้หวัดนก H5N1 ได้ง่าย ๆ ด้วยการงดป้อนอาหารดิบ ขนมขบเคี้ยวที่ทำจากเนื้อสัตว์ดิบ รวมถึงนมดิบที่ไม่ได้ผ่านกระบวนการพาสเจอร์ไรส์ ที่สำคัญควรหลีกเลี่ยงการเลี้ยงแมวในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูง อาทิ คอกสัตว์ปีก หรือบริเวณหลุมฝังกลบซากสัตว์ที่ติดเชื้อ

แนวทางปฏิบัติสำหรับทาสแมว เมื่อสงสัยว่าสัตว์เลี้ยงเสี่ยงติดเชื้อไข้หวัดนก H5N1

หากสงสัยว่าสัตว์เลี้ยงของคุณติดเชื้อไข้หวัดนก H5N1 ควรปฏิบัติตามคำแนะนำ 4 ข้อต่อไปนี้ทันที

  • ย้ายสัตว์เลี้ยงไปไว้ในห้องปิดหรือกรงแยก และแยกชามอาหาร กระบะทราย รวมถึงของใช้ทุกชิ้นไม่ให้ปะปนกับสัตว์เลี้ยงตัวอื่นในบ้าน
  • โทรติดต่อสัตวแพทย์ล่วงหน้าเพื่อแจ้งอาการและให้สัตวแพทย์เตรียมความพร้อมก่อนเข้ารับการรักษา
  • สวมใส่อุปกรณ์ป้องกันทุกครั้งเมื่อต้องใกล้ชิดหรือสัมผัสแมวที่ติดเชื้อ
  • กักตัวและสังเกตอาการของตนเอง หากมีไข้ ไอ หรืออาการคล้ายไข้หวัด ควรรีบพบแพทย์ทันที
วิธีป้องกันตัวสำหรับทาสแมว ไม่ให้ติดเชื้อไข้หวัดนก H5N1 จากลูกรัก

วิธีป้องกันตัวสำหรับทาสแมว ไม่ให้ติดเชื้อไข้หวัดนก H5N1 จากลูกรัก

สิ่งสำคัญที่จะช่วยลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อไข้หวัดนก H5N1 คือการรักษาความสะอาดและสุขอนามัยที่ดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อต้องดูแลหรือสัมผัสใกล้ชิดกับสัตว์เลี้ยงที่ป่วยหรือสงสัยว่าติดเชื้อ เจ้าของแมวควรล้างมือให้สะอาดด้วยน้ำและสบู่ทั้งก่อนและหลังสัมผัสสัตว์เลี้ยงทุกครั้ง รวมถึงหลีกเลี่ยงการนำมือมาสัมผัสใบหน้า ตา จมูก หรือปาก เพื่อตัดโอกาสไม่ให้เชื้อไวรัสเข้าสู่ร่างกาย

สรุป

แม้ปัจจุบันจะมีรายงานการติดเชื้อไข้หวัดนก H5N1 จากแมวสู่คน แต่การดูแลสุขอนามัย หลีกเลี่ยงอาหารดิบ และเฝ้าสังเกตอาการของสัตว์เลี้ยงอย่างใกล้ชิด ถือเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยลดความเสี่ยงและปกป้องทั้งคนและสัตว์เลี้ยงภายในบ้านได้

แหล่งข้อมูล

https://www.thaipbs.or.th/now/content/3958
https://www.chularat3inter.com/th/contents/avian-flu-h5-n1-a-new-threat-to-watch
https://www.vet.cornell.edu/departments-centers-and-institutes/cornell-feline-health-center/health-information/h5n1-avian-influenza-and-your-cat

แชร์เลย:
register