วิธีแก้อาการหูอื้อข้างเดียวให้กลับมาได้ยินชัดขึ้น พร้อมสาเหตุที่อาจเกิดขึ้น

วิธีแก้อาการหูอื้อข้างเดียวให้กลับมาได้ยินชัดขึ้น

อาการหูอื้อข้างเดียวเป็นปัญหาที่ทำให้ได้ยินเสียงไม่ชัด รู้สึกเหมือนมีสิ่งอุดตันในหู หรือได้ยินเสียงรอบตัวเบาลง ซึ่งสามารถเกิดได้จากหลายสาเหตุ ทั้งปัจจัยชั่วคราวและภาวะที่ต้องได้รับการรักษา การสังเกตอาการและดูแลตนเองอย่างเหมาะสมจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อช่วยลดความรุนแรงของอาการ และป้องกันปัญหาการได้ยินที่อาจเกิดขึ้น ในบทความนี้จะพาไปรู้จักสาเหตุของอาการหูอื้อข้างเดียว พร้อมวิธีแก้ไขและแนวทางดูแลเบื้องต้นที่ควรรู้

สาเหตุที่ทำให้เกิดอาการหูอื้อข้างเดียวที่พบได้บ่อยในชีวิตประจำวัน

สาเหตุที่ทำให้เกิดอาการหูอื้อข้างเดียวที่พบได้บ่อยในชีวิตประจำวัน

อาการหูอื้อข้างเดียวสามารถเกิดได้จากความผิดปกติของหูชั้นนอก หูชั้นกลาง หูชั้นใน หรือระบบประสาทการได้ยิน โดยบางสาเหตุเป็นเพียงปัญหาชั่วคราว แต่บางกรณีอาจเกี่ยวข้องกับโรคที่ต้องได้รับการรักษาอย่างเหมาะสม สาเหตุที่พบบ่อย มีดังต่อไปนี้

  • หูชั้นนอก : ขี้หูอุดตัน น้ำเข้าหู สิ่งแปลกปลอมในหู หูชั้นนอกอักเสบ หรือเยื่อแก้วหูทะลุ
  • หูชั้นกลาง : หูชั้นกลางอักเสบ มีน้ำคั่งในหูชั้นกลาง หรือความผิดปกติของท่อยูสเตเชียนที่ทำหน้าที่ปรับความดันในหู
  • หูชั้นในและประสาทการได้ยิน : ประสาทหูเสื่อมตามวัย การได้รับเสียงดังเป็นเวลานาน การได้รับเสียงดังรุนแรงอย่างเฉียบพลัน การใช้ยาบางชนิดที่มีผลต่อประสาทหู หรือโรคน้ำในหูไม่เท่ากัน (โรคเมเนียส์)
  • สาเหตุอื่น ๆ : การบาดเจ็บบริเวณศีรษะ การติดเชื้อบางชนิด รวมถึงโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง หรือความผิดปกติของหลอดเลือดและระบบประสาท

เนื่องจากอาการหูอื้อข้างเดียวมีสาเหตุได้หลากหลาย การสังเกตอาการร่วม เช่น ปวดหู เวียนศีรษะ มีเสียงดังในหู หรือการได้ยินลดลงอย่างเฉียบพลัน จะช่วยให้สามารถประเมินความรุนแรงและเข้ารับการรักษาได้อย่างเหมาะสม

วิธีแก้อาการหูอื้อข้างเดียวเบื้องต้นด้วยตัวเองอย่างปลอดภัย

วิธีแก้อาการหูอื้อข้างเดียวเบื้องต้นด้วยตัวเองอย่างปลอดภัย

อาการหูอื้อข้างเดียวที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงความดันอากาศ ขี้หูอุดตัน หรืออาการหวัดบางกรณี สามารถบรรเทาเบื้องต้นได้ด้วยตนเอง อย่างไรก็ตามควรดูแลอย่างถูกวิธีเพื่อป้องกันการบาดเจ็บหรือการติดเชื้อภายในหู

ปรึกษาหมอฟรี
  • กลืนน้ำลาย หาว หรือเคี้ยวหมากฝรั่ง เพื่อช่วยเปิดท่อยูสเตเชียนและปรับความดันภายในหู
  • บีบจมูกแล้วเป่าลมเบา ๆ (Valsalva Maneuver) ช่วยลดอาการหูอื้อจากความดันอากาศเปลี่ยนแปลง เช่น หลังขึ้นเครื่องบินหรือดำน้ำ
  • พักผ่อนให้เพียงพอ และดื่มน้ำให้เหมาะสม โดยเฉพาะในช่วงที่เป็นหวัดหรือภูมิแพ้
  • หลีกเลี่ยงเสียงดัง และใช้ที่อุดหูเมื่อต้องอยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีเสียงรบกวนเป็นเวลานาน
  • ใช้ยาละลายขี้หูตามคำแนะนำ หากสงสัยว่ามีขี้หูอุดตัน แต่ไม่ควรใช้ไม้แคะหูหรือของแหลมสอดเข้าไปในช่องหู

หากอาการหูอื้อไม่ดีขึ้นภายในไม่กี่วัน มีอาการปวดหู เวียนศีรษะ ได้ยินลดลงอย่างชัดเจน หรือมีน้ำหรือหนองไหลออกจากหู ควรรีบพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุและรับการรักษาที่เหมาะสม

หากอาการหูอื้อไม่ดีขึ้นภายในไม่กี่วัน มีอาการปวดหู เวียนศีรษะ ได้ยินลดลงอย่างชัดเจน หรือมีน้ำหรือหนองไหลออกจากหู ควรรีบพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุและรับการรักษาที่เหมาะสม

สิ่งที่ไม่ควรทำเมื่อมีอาการหูอื้อข้างเดียว

อาการหูอื้อข้างเดียวอาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ ดังนั้นการดูแลตนเองอย่างถูกวิธีจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพราะบางพฤติกรรมที่หลายคนเชื่อว่าสามารถช่วยแก้อาการได้ อาจกลับทำให้อาการแย่ลงหรือเพิ่มความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บภายในหู

  • ไม่ควรใช้ไม้แคะหู เพราะอาจดันขี้หูให้ลึกเข้าไปกว่าเดิม ทำให้เกิดการอุดตันมากขึ้น รวมถึงเสี่ยงต่อการระคายเคือง การติดเชื้อ หรือแก้วหูทะลุ
  • ไม่ควรหยอดน้ำเข้าหูโดยไม่มีข้อบ่งชี้ เนื่องจากอาจทำให้น้ำค้างอยู่ในช่องหู เพิ่มความเสี่ยงต่อการอักเสบและติดเชื้อได้
  • ไม่ควรนวดหรือกดหูแรง ๆ เพราะไม่ได้ช่วยแก้สาเหตุของอาการหูอื้อ และอาจทำให้เกิดการระคายเคืองเพิ่มเติม
  • ไม่ควรละเลยอาการที่เป็นต่อเนื่อง โดยเฉพาะเมื่อมีอาการปวดหู เวียนศีรษะ มีเสียงดังในหู หรือการได้ยินลดลงอย่างชัดเจน
  • ไม่ควรบีบจมูกและเป่าลมแรงเกินไป แม้วิธีนี้จะช่วยปรับความดันในหูได้ในบางกรณี แต่หากทำรุนแรงหรือทำขณะมีการติดเชื้อทางเดินหายใจ อาจทำให้เกิดการบาดเจ็บหรืออาการรุนแรงขึ้นได้

หูอื้อข้างเดียวหายเองได้ไหม และใช้เวลานานแค่ไหน

อาการหูอื้อข้างเดียวไม่ได้หมายความว่าจะเป็นโรคร้ายแรงเสมอไป ในหลายกรณีอาการสามารถหายได้เองเมื่อสาเหตุได้รับการแก้ไขหรือร่างกายฟื้นตัวตามธรรมชาติ อย่างไรก็ตาม ระยะเวลาที่อาการจะดีขึ้นขึ้นอยู่กับสาเหตุที่แท้จริงของอาการหูอื้อ

  • หูอื้อจากความดันอากาศเปลี่ยนแปลง เช่น หลังขึ้นเครื่องบินหรือดำน้ำ มักดีขึ้นภายในไม่กี่นาทีถึงไม่กี่ชั่วโมง
  • หูอื้อจากน้ำเข้าหู โดยทั่วไปจะหายได้เองภายในไม่กี่ชั่วโมงถึง 1-2 วัน
  • หูอื้อจากหวัด ภูมิแพ้ หรือคัดจมูก มักค่อย ๆ ดีขึ้นภายในหลายวันถึง 1-2 สัปดาห์ เมื่ออาการอักเสบลดลง
  • หูอื้อจากขี้หูอุดตัน อาการมักไม่หายเองจนกว่าขี้หูจะหลุดออกหรือได้รับการรักษาอย่างเหมาะสม
  • หูอื้อจากการติดเชื้อในหู จำเป็นต้องได้รับการรักษาตามสาเหตุ และอาจใช้เวลาหลายวันถึงหลายสัปดาห์กว่าจะกลับมาเป็นปกติ
  • หูอื้อจากโรคหูชั้นในหรือประสาทหู เช่น โรคเมเนียส์ หรือประสาทหูเสื่อม อาการอาจเป็นเรื้อรังและไม่หายเอง จำเป็นต้องได้รับการดูแลจากแพทย์
อาการหูอื้อข้างเดียวแบบไหนที่ควรรีบพบแพทย์

อาการหูอื้อข้างเดียวแบบไหนที่ควรรีบพบแพทย์

แม้อาการหูอื้อข้างเดียวหลายกรณีจะไม่รุนแรงและสามารถดีขึ้นได้เอง แต่หากมีอาการบางอย่างร่วมด้วย อาจเป็นสัญญาณของความผิดปกติที่ต้องได้รับการวินิจฉัยและรักษาอย่างเร่งด่วน เพื่อป้องกันการสูญเสียการได้ยินหรือภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ ควรรีบพบแพทย์หากมีอาการดังต่อไปนี้

  • หูอื้อหรือการได้ยินลดลงอย่างเฉียบพลัน โดยไม่ทราบสาเหตุ
  • มีอาการเวียนศีรษะ บ้านหมุน หรือเสียการทรงตัว ร่วมกับอาการหูอื้อ
  • ปวดหูรุนแรง หรือมีน้ำ หนอง หรือเลือดไหลออกจากหู
  • มีเสียงดังในหูตลอดเวลา และอาการไม่ดีขึ้น
  • หูอื้อร่วมกับอาการทางระบบประสาท เช่น ปวดศีรษะรุนแรง ชาครึ่งซีก แขนขาอ่อนแรง หรือพูดไม่ชัด
  • อาการหูอื้อหลังได้รับอุบัติเหตุบริเวณศีรษะหรือหู
  • หูอื้อที่เป็นต่อเนื่องนานกว่า 1-2 สัปดาห์ แม้จะดูแลตนเองเบื้องต้นแล้ว
  • หูอื้อหลังเป็นหวัดหรือการติดเชื้อทางเดินหายใจ แล้วอาการไม่ดีขึ้นหรือแย่ลง

สรุป

อาการหูอื้อข้างเดียวสามารถเกิดได้จากหลายสาเหตุ ตั้งแต่ปัญหาทั่วไป เช่น ขี้หูอุดตัน น้ำเข้าหู หรือความดันอากาศเปลี่ยนแปลง ไปจนถึงโรคที่เกี่ยวข้องกับหูชั้นในและระบบประสาทการได้ยิน แม้บางกรณีอาจหายได้เอง แต่การดูแลอย่างถูกวิธีและหลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่อาจทำให้อาการแย่ลงเป็นสิ่งสำคัญ หากอาการไม่ดีขึ้น มีการได้ยินลดลงอย่างเฉียบพลัน หรือมีอาการผิดปกติอื่นร่วมด้วย ควรรีบพบแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยและรักษาอย่างเหมาะสม

แชร์เลย:
register