จมูกไม่ได้กลิ่น สังเกตสาเหตุเมื่ออยู่ดี ๆ การรับกลิ่นหายไป

จมูกไม่ได้กลิ่น สังเกตสาเหตุเมื่ออยู่ดี ๆ การรับกลิ่นหายไป

อาการจมูกไม่ได้กลิ่นหรือรับกลิ่นได้น้อยลงกว่าปกติ อาจเกิดขึ้นเพียงชั่วคราวจากหวัด ภูมิแพ้ ฝุ่น หรือการติดเชื้อ แต่หากอาการเป็นต่อเนื่อง ทั้งที่ไม่มีอาการหวัด รับกลิ่นเพี้ยนหรือเกิดขึ้นเพียงข้างเดียว ก็อาจเป็นสัญญาณที่ควรใส่ใจมากขึ้น โดยบทความนี้จะพาคุณไปรู้จักลักษณะของอาการจมูกไม่ได้กลิ่น สาเหตุที่พบบ่อย ระยะเวลาที่ควรสังเกต วิธีดูแลตัวเองเบื้องต้น และสัญญาณว่าเมื่อไรควรปรึกษาแพทย์

จมูกไม่ได้กลิ่นคืออะไร อาการแบบไหนที่ถือว่าเริ่มผิดปกติ

จมูกไม่ได้กลิ่นคืออะไร อาการแบบไหนที่ถือว่าเริ่มผิดปกติ

จมูกไม่ได้กลิ่น คือภาวะที่ความสามารถในการรับกลิ่นลดลงหรือหายไป อาจเกิดจากการอุดตันในโพรงจมูก การติดเชื้อ หรือความผิดปกติของระบบประสาทรับกลิ่น โดยอาการชั่วคราวจากหวัดหรือภูมิแพ้มักดีขึ้นเมื่ออาการป่วยหาย แต่หากจู่ ๆ ได้กลิ่นลดลง ไม่ได้กลิ่นทั้งที่หายใจโล่ง กลิ่นอาหารหรือสิ่งรอบตัวเพี้ยนไปจากเดิม หรืออาการยังคงต่อเนื่องหลังอาการป่วยดีขึ้น ควรสังเกตอย่างใกล้ชิดเพราะอาจเป็นสัญญาณของความผิดปกติที่ควรได้รับการตรวจหาสาเหตุเพิ่มเติม

จมูกไม่ได้กลิ่น ทั้งที่ไม่มีอาการหวัด เกิดจากอะไรได้บ้าง

จมูกไม่ได้กลิ่น ทั้งที่ไม่มีอาการหวัด เกิดจากอะไรได้บ้าง

อาการจมูกไม่ได้กลิ่นทั้งที่ไม่ได้เป็นหวัด อาจเกิดจากความผิดปกติภายในโพรงจมูก การอักเสบ หรือการทำงานของเส้นประสาทรับกลิ่นที่ลดลง โดยสาเหตุที่พบบ่อยมี ดังนี้

  • โควิด-19 อาจทำให้การรับกลิ่นลดลงหรือไม่ได้กลิ่น แม้ไม่มีน้ำมูก
  • ภูมิแพ้จมูก ทำให้เยื่อบุจมูกบวม กลิ่นผ่านไปยังประสาทรับกลิ่นได้ยาก
  • ริดสีดวงจมูก ติ่งเนื้อในโพรงจมูกอาจปิดกั้นทางเดินของกลิ่น
  • ไซนัสอักเสบเรื้อรัง ทำให้โพรงจมูกอักเสบและส่งผลต่อการรับกลิ่น
  • อุบัติเหตุที่ศีรษะ อาจกระทบต่อเส้นประสาทรับกลิ่น ทำให้รับกลิ่นได้น้อยลงหรือไม่ได้กลิ่น

หากอาการเป็นต่อเนื่องหรือไม่ดีขึ้น ควรพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุที่ชัดเจน

ปุ่มปรึกษา line
ปุ่มปรึกษา face
ปุ่มโทรหาเรา
ปุ่มปรึกษาฟรี
สาเหตุที่พบบ่อยของอาการจมูกไม่ได้กลิ่นในชีวิตประจำวัน

สาเหตุที่พบบ่อยของอาการจมูกไม่ได้กลิ่นในชีวิตประจำวัน

อาการจมูกไม่ได้กลิ่น ในบางครั้งอาจเกิดจากปัจจัยใกล้ตัวที่รบกวนการทำงานของจมูกและการรับกลิ่นชั่วคราว โดยเฉพาะเมื่อเยื่อบุจมูกเกิดการระคายเคือง บวม หรือมีสารคัดหลั่งมากขึ้น สาเหตุที่พบได้บ่อย ได้แก่

  • ฝุ่นและมลภาวะทางอากาศ เช่น PM 2.5 ควัน หรือสารระคายเคือง อาจทำให้เยื่อบุจมูกบวมและรับกลิ่นได้ลดลง
  • อาการแพ้จากสิ่งแวดล้อม เช่น ไรฝุ่น เกสรดอกไม้ หรือขนสัตว์ ทำให้คัดจมูกและกลิ่นผ่านเข้าสู่บริเวณรับกลิ่นได้ไม่เต็มที่
  • การติดเชื้อทางเดินหายใจ เช่น ไข้หวัดหรือไข้หวัดใหญ่ อาจทำให้มีน้ำมูกและเยื่อบุจมูกบวม จึงไม่ได้กลิ่นชั่วคราว
  • อากาศแห้งหรือการระคายเคืองภายในจมูก อาจทำให้เยื่อบุจมูกทำงานผิดปกติและความสามารถในการรับกลิ่นลดลง
  • การสัมผัสกลิ่นหรือสารเคมีที่รุนแรง เป็นเวลานาน อาจรบกวนการรับกลิ่นและทำให้รู้สึกว่ากลิ่นผิดเพี้ยนไปจากเดิม

โดยทั่วไป หากเกิดจากปัจจัยชั่วคราว การรับกลิ่นมักดีขึ้นเมื่อสาเหตุหรือการระคายเคืองลดลง แต่หากจมูกไม่ได้กลิ่นต่อเนื่องเป็นเวลานานหรืออาการแย่ลง ควรพบแพทย์เพื่อประเมินเพิ่มเติม

จมูกไม่ได้กลิ่นแบบไหนที่ควรเริ่มระวัง

จมูกไม่ได้กลิ่นแบบไหนที่ควรเริ่มระวัง

อาการจมูกไม่ได้กลิ่น อาจเกิดขึ้นชั่วคราวจากหวัดหรือคัดจมูกได้ แต่หากการรับกลิ่นผิดปกตินานกว่าปกติ หรือมีลักษณะบางอย่างร่วมด้วย ควรเริ่มสังเกตอาการให้มากขึ้น โดยสัญญาณที่ควรเฝ้าระวัง ได้แก่

  • ไม่ได้กลิ่นอย่างกะทันหัน ทั้งที่ไม่มีอาการหวัด คัดจมูก หรือน้ำมูกร่วมด้วย
  • ไม่ได้กลิ่นนานเกิน 2 สัปดาห์ แม้อาการหวัดหรือไข้จะหายแล้ว แต่การรับกลิ่นยังไม่กลับมาเป็นปกติ
  • ไม่ได้กลิ่นข้างเดียว หรือรู้สึกว่าจมูกข้างหนึ่งรับกลิ่นได้น้อยกว่าอีกข้างอย่างชัดเจน
  • ได้กลิ่นเพี้ยนไปจากเดิม เช่น กลิ่นอาหารหรือกลิ่นคุ้นเคยเปลี่ยนไปอย่างผิดปกติ
  • มีอาการผิดปกติอื่นร่วมด้วย เช่น ปวดศีรษะรุนแรง ตามัว หรือมีปัญหาด้านความจำ

หากมีอาการเหล่านี้โดยเฉพาะเมื่อเป็นต่อเนื่องหรือรุนแรงขึ้น ไม่ควรมองข้าม เพราะอาจเป็นสัญญาณของความผิดปกติในโพรงจมูก เส้นประสาทรับกลิ่น หรือระบบประสาทที่ควรได้รับการประเมินเพิ่มเติม

จมูกไม่ได้กลิ่นนานแค่ไหนจึงถือว่าผิดปกติ

จมูกไม่ได้กลิ่นนานแค่ไหนจึงถือว่าผิดปกติ

โดยทั่วไป อาการจมูกไม่ได้กลิ่น จากหวัดหรืออาการคัดจมูกชั่วคราว มักค่อย ๆ ดีขึ้นภายในไม่กี่วันไปจนถึงประมาณ 1–2 สัปดาห์ แต่ระยะเวลาฟื้นตัวอาจแตกต่างกันในแต่ละคน หากอาการยังไม่ดีขึ้นหลังเกิน 1–2 สัปดาห์ แม้ไม่มีน้ำมูกหรือคัดจมูกแล้ว หรือมีอาการเป็น ๆ หาย ๆ ต่อเนื่อง ควรพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุ โดยเฉพาะเมื่อมีไข้สูง น้ำมูกเขียวข้น ปวดตึงใบหน้า หรือเคยได้รับอุบัติเหตุที่ศีรษะร่วมด้วย

วิธีดูแลตัวเองเมื่อจมูกไม่ได้กลิ่นให้ดีขึ้น

วิธีดูแลตัวเองเมื่อจมูกไม่ได้กลิ่นให้ดีขึ้น

หากมีอาการจมูกไม่ได้กลิ่น สามารถดูแลตัวเองเบื้องต้นเพื่อช่วยลดการระคายเคืองและฟื้นฟูการรับกลิ่นได้ ดังนี้

  • ล้างจมูกด้วยน้ำเกลือ ช่วยลดน้ำมูกและอาการบวมในโพรงจมูก
  • ฝึกดมกลิ่น เช่น เลมอนหรือดอกไม้ วันละ 2 ครั้ง เพื่อกระตุ้นประสาทรับกลิ่น
  • พักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อให้ร่างกายและระบบประสาทได้ฟื้นตัว
  • หลีกเลี่ยงกลิ่นฉุนหรือสารเคมี เพราะอาจทำให้เยื่อบุจมูกระคายเคืองมากขึ้น
  • พบแพทย์หากอาการไม่ดีขึ้น และไม่ควรซื้อหรือใช้ยาเองแบบสุ่ม เพราะอาจไม่ตรงกับสาเหตุของอาการ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับอาการจมูกไม่ได้กลิ่น

อาการจมูกไม่ได้กลิ่น อาจเกิดขึ้นชั่วคราวหรือเป็นต่อเนื่องจากหลายสาเหตุ หลายคนจึงกังวลว่าอาการที่เกิดขึ้นเกี่ยวข้องกับโรคหรือควรไปพบแพทย์เมื่อใด คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับอาการจมูกไม่ได้กลิ่น มีดังนี้

จมูกไม่ได้กลิ่นเกิดจากโควิดได้ไหม

ได้ อาการจมูกไม่ได้กลิ่นหรือรับกลิ่นลดลงสามารถพบได้ในผู้ติดเชื้อโควิด-19 แต่ก็อาจเกิดจากสาเหตุอื่น เช่น ไข้หวัด ภูมิแพ้ ไซนัสอักเสบ หรือปัญหาภายในโพรงจมูก จึงควรพิจารณาร่วมกับอาการอื่น ๆ

จมูกไม่ได้กลิ่นนานเป็นเดือนอันตรายหรือเปล่า

หากจมูกไม่ได้กลิ่นต่อเนื่องนานหลายสัปดาห์หรือเป็นเดือน ควรพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุ โดยเฉพาะหากอาการไม่ดีขึ้นหรือมีอาการผิดปกติอื่นร่วมด้วย เพราะอาจเกี่ยวข้องกับโพรงจมูก เส้นประสาทรับกลิ่น หรือภาวะสุขภาพบางอย่าง

ล้างจมูกช่วยให้กลับมารับกลิ่นได้จริงไหม

การล้างจมูกอาจช่วยได้หากจมูกไม่ได้กลิ่นเกิดจากน้ำมูก คัดจมูก หรือสารคัดหลั่งที่ขัดขวางการรับกลิ่น แต่หากสาเหตุมาจากเส้นประสาทรับกลิ่นหรือภาวะอื่น การล้างจมูกอาจไม่ทำให้อาการดีขึ้นโดยตรง

จมูกไม่ได้กลิ่นแต่ไม่มีน้ำมูกเกิดจากอะไร

จมูกไม่ได้กลิ่นแต่ไม่มีน้ำมูกอาจเกิดจากการติดเชื้อไวรัส ความผิดปกติของเยื่อบุหรือเส้นประสาทรับกลิ่น ผลจากยาบางชนิด หรือสาเหตุอื่น ๆ หากอาการเป็นต่อเนื่องควรพบแพทย์เพื่อประเมินเพิ่มเติม

อยู่ ๆ จมูกไม่ได้กลิ่น ควรไปพบแพทย์ทันทีไหม

หากจู่ ๆ จมูกไม่ได้กลิ่นเพียงอย่างเดียว อาจสังเกตอาการเบื้องต้นได้ แต่หากเกิดขึ้นอย่างฉับพลันร่วมกับอาการผิดปกติ เช่น หายใจลำบาก อ่อนแรง พูดไม่ชัด ปวดศีรษะรุนแรง หรือมีอาการหลังได้รับบาดเจ็บที่ศีรษะ ควรไปพบแพทย์โดยเร็ว

แชร์เลย:
ปุ่มปรึกษา line
ปุ่มปรึกษา face
ปุ่มโทรหาเรา
ปุ่มปรึกษาฟรี