โรคพยาธิ คืออะไร? สาเหตุ อาการ วิธีรักษา และการป้องกันที่ควรรู้

โรคพยาธิ คืออะไร? สาเหตุ อาการ วิธีรักษา และการป้องกันที่ควรรู้

โรคพยาธิ เป็นปัญหาสุขภาพที่เกิดจากการติดพยาธิเข้าสู่ร่างกาย ซึ่งสามารถพบได้ในคนทุกวัยและอาจเกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัยในชีวิตประจำวัน บางคนอาจมีอาการผิดปกติที่สังเกตได้ ขณะที่บางรายอาจแทบไม่มีอาการเลย การทำความเข้าใจเกี่ยวกับโรคพยาธิจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อช่วยให้สามารถสังเกตความผิดปกติ ดูแลตัวเอง และลดความเสี่ยงในการติดเชื้อได้อย่างเหมาะสม โดยในบทความนี้จะพาไปรู้จักสาเหตุ อาการ วิธีรักษา และแนวทางป้องกันโรคพยาธิที่ควรรู้

โรคพยาธิ คืออะไร?

โรคพยาธิ คือภาวะที่มีพยาธิเข้าไปอาศัยอยู่ในร่างกายและอาจส่งผลต่อสุขภาพได้ โดยพยาธิสามารถพบได้ในหลายส่วนของร่างกาย ขึ้นอยู่กับชนิดและลักษณะของการติดเชื้อ ผู้ที่มีพยาธิบางคนอาจไม่มีอาการผิดปกติอย่างชัดเจน ขณะที่บางคนอาจเริ่มมีอาการที่รบกวนการใช้ชีวิตประจำวันได้ ดังนั้น การรู้จักโรคพยาธิเบื้องต้นและสังเกตความผิดปกติของร่างกายจึงช่วยให้สามารถดูแลและรับการรักษาได้อย่างเหมาะสม

โรคพยาธิเกิดจากอะไร?

โรคพยาธิเกิดจากอะไร?

โรคพยาธิเกิดจากการที่พยาธิหรือปรสิตเข้าสู่ร่างกายผ่านช่องทางต่าง ๆ ซึ่งมักเกี่ยวข้องกับอาหาร น้ำ สุขอนามัย สิ่งแวดล้อม หรือการสัมผัสกับแหล่งที่มีการปนเปื้อน โดยสาเหตุและช่องทางการติดเชื้อที่พบได้ มีดังนี้ 

รับประทานอาหารดิบหรือปรุงไม่สุก

อาหารบางชนิด โดยเฉพาะเนื้อสัตว์ ปลา หรืออาหารทะเลที่ดิบและปรุงไม่สุก อาจมีตัวอ่อนหรือพยาธิบางชนิดปนเปื้อนอยู่ เมื่อรับประทานเข้าไปจึงมีโอกาสทำให้พยาธิเข้าสู่ร่างกายได้ 

ปุ่มปรึกษา line
ปุ่มปรึกษา face
ปุ่มโทรหาเรา
ปุ่มปรึกษาฟรี

รับประทานอาหารหรือน้ำที่ปนเปื้อน

น้ำดื่ม ผัก ผลไม้ หรืออาหารที่ปนเปื้อนอุจจาระซึ่งมีไข่หรือตัวพยาธิ อาจเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่ทำให้เกิดการติดพยาธิได้ โดยเฉพาะหากไม่ได้ล้างหรือเตรียมอาหารอย่างถูกสุขลักษณะ

สัมผัสดินหรือสิ่งแวดล้อมที่ปนเปื้อน

พยาธิบางชนิดสามารถอยู่ในดินที่มีการปนเปื้อนได้ การเดินเท้าเปล่า การสัมผัสดิน หรือการนำมือที่เปื้อนดินมาสัมผัสปากโดยไม่ได้ล้างมือ อาจเพิ่มโอกาสให้พยาธิเข้าสู่ร่างกาย

สุขอนามัยส่วนบุคคลไม่เหมาะสม

การไม่ล้างมือก่อนรับประทานอาหารหรือหลังเข้าห้องน้ำ รวมถึงการจัดเตรียมอาหารด้วยมือหรืออุปกรณ์ที่ไม่สะอาด อาจทำให้เชื้อหรือไข่พยาธิที่ปนเปื้อนเข้าสู่ร่างกายได้ง่ายขึ้น

สัมผัสสัตว์หรือแหล่งที่มีพยาธิปนเปื้อน

สัตว์เลี้ยงและสัตว์บางชนิดสามารถมีปรสิตที่ติดต่อมาสู่คนได้ โดยอาจเกิดจากการสัมผัสอุจจาระ ดิน หรือสิ่งแวดล้อมที่สัตว์ปนเปื้อนไว้ แล้วเผลอนำมือมาสัมผัสปากหรือรับประทานอาหารโดยไม่ได้ล้างมือให้สะอาด 

พยาธิที่พบได้บ่อยในคน มีอะไรบ้าง?

พยาธิที่พบในคนมีหลายชนิด แต่ละชนิดมีแหล่งติดต่อ ตำแหน่งที่อาศัย และผลกระทบต่อร่างกายแตกต่างกัน บางชนิดอยู่ในระบบทางเดินอาหาร ขณะที่บางชนิดสามารถเคลื่อนที่ไปยังอวัยวะอื่นได้ อาการจึงมีตั้งแต่ปวดท้อง ท้องเสีย น้ำหนักลด ไปจนถึงภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรง โดยพยาธิที่พบได้บ่อย มีดังนี้

พยาธิไส้เดือน

พยาธิไส้เดือนเป็นพยาธิตัวกลมที่อาศัยอยู่ในลำไส้ พบได้บ่อยในเด็ก โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ในพื้นที่ที่มีสุขอนามัยไม่เหมาะสม หากมีพยาธิจำนวนมากอาจทำให้ปวดท้อง คลื่นไส้ อาเจียน เบื่ออาหาร น้ำหนักลด หรือมีภาวะขาดสารอาหาร และในรายที่รุนแรงอาจเกิดการอุดตันของลำไส้ได้ 

พยาธิแส้ม้า

พยาธิแส้ม้าติดต่อจากการรับประทานไข่พยาธิที่ปนเปื้อนมากับอาหาร น้ำ หรือมือที่ไม่สะอาด พบได้บ่อยในเด็ก ผู้ติดเชื้อเล็กน้อยอาจไม่มีอาการ แต่หากมีพยาธิจำนวนมากอาจเกิดอาการปวดท้อง ท้องเสียเรื้อรัง อ่อนเพลีย หรือซีด และในเด็กบางรายอาจเกิดภาวะไส้ตรงยื่นออกมาทางทวารหนักได้

พยาธิตัวจี๊ด

พยาธิตัวจี๊ดมักติดต่อจากการรับประทานอาหารดิบหรือปรุงไม่สุกที่มีตัวอ่อนพยาธิปนเปื้อน เช่น ปลา กุ้ง หรือเนื้อสัตว์บางชนิด ตัวอ่อนสามารถเคลื่อนที่ไปตามเนื้อเยื่อและอวัยวะต่าง ๆ ทำให้เกิดอาการบวม แดง คัน หรือปวดจี๊ดตามผิวหนัง หากพยาธิเคลื่อนไปยังอวัยวะสำคัญ เช่น ตา สมอง ไขสันหลัง หรือปอด อาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงได้ 

พยาธิตัวตืด

พยาธิตัวตืดที่พบในคนมีหลายชนิด เช่น พยาธิตืดหมูและพยาธิตืดวัว โดยมักติดต่อจากการรับประทานเนื้อสัตว์ดิบหรือปรุงไม่สุก ผู้ติดเชื้ออาจมีอาการปวดท้อง คลื่นไส้ อ่อนเพลีย หิวบ่อย หรือน้ำหนักลด โดยเฉพาะพยาธิตืดหมู หากได้รับไข่พยาธิเข้าสู่ร่างกาย ตัวอ่อนอาจกระจายไปยังเนื้อเยื่อหรือสมอง และทำให้เกิดอาการทางระบบประสาท เช่น ปวดศีรษะหรือชักได้

พยาธิใบไม้

พยาธิใบไม้มีหลายชนิดและสามารถอาศัยอยู่ได้ทั้งในตับ ลำไส้ ปอด หรือหลอดเลือด โดยมักสัมพันธ์กับการรับประทานปลา กุ้ง ปู หอย หรือพืชน้ำที่ดิบหรือปรุงไม่สุก อาการจะแตกต่างกันตามตำแหน่งที่พยาธิอาศัย เช่น ปวดท้อง ท้องอืด ท้องเสีย ไอเรื้อรัง หรือมีความผิดปกติของตับและท่อน้ำดี หากติดเชื้อเป็นเวลานานอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนของอวัยวะนั้น ๆ ได้ 

อาการของโรคพยาธิ มีอะไรบ้าง?

อาการของโรคพยาธิ มีอะไรบ้าง?

อาการของโรคพยาธิแตกต่างกันไปตามชนิดของพยาธิ จำนวนพยาธิ และตำแหน่งที่พยาธิอาศัยอยู่ในร่างกาย ผู้ติดเชื้อบางรายอาจไม่มีอาการชัดเจน ขณะที่บางรายอาจมีอาการทางระบบทางเดินอาหารหรืออาการผิดปกติอื่น ๆ โดยเฉพาะเมื่อมีพยาธิจำนวนมาก อาการที่สามารถพบได้ มีดังต่อไปนี้

  • ปวดท้องหรือแน่นท้อง อาจมีอาการปวดเป็นครั้งคราว ท้องอืด หรือรู้สึกไม่สบายท้อง
  • ท้องเสียหรือการขับถ่ายผิดปกติ บางรายอาจมีท้องเสียเรื้อรังหรือมีลักษณะอุจจาระเปลี่ยนไป
  • คลื่นไส้หรืออาเจียน มักพบร่วมกับอาการผิดปกติของระบบทางเดินอาหาร
  • เบื่ออาหารและน้ำหนักลด การติดพยาธิบางชนิดอาจทำให้รับประทานอาหารได้น้อยลงหรือน้ำหนักลดโดยไม่ตั้งใจ
  • อ่อนเพลีย ไม่มีแรง โดยเฉพาะในผู้ที่ติดเชื้อเป็นเวลานานหรือมีพยาธิจำนวนมาก
  • ซีดหรือภาวะโลหิตจาง สามารถพบได้ในพยาธิบางชนิดที่ทำให้เกิดการสูญเสียเลือดเรื้อรัง เช่น พยาธิปากขอ
  • คัน ผื่น หรือบวมตามผิวหนัง พยาธิบางชนิดสามารถทำให้เกิดปฏิกิริยาหรือความผิดปกติบริเวณผิวหนังได้
  • มีอาการผิดปกติตามอวัยวะต่าง ๆ หากพยาธิหรือตัวอ่อนเคลื่อนที่ไปยังอวัยวะอื่น อาการที่เกิดขึ้นจะแตกต่างกันตามตำแหน่งและชนิดของพยาธิ

โรคพยาธิอันตรายไหม?

โรคพยาธิส่วนใหญ่สามารถรักษาได้หากตรวจพบและได้รับการรักษาอย่างเหมาะสม โดยยาที่ใช้จะขึ้นอยู่กับชนิดของพยาธิ อย่างไรก็ตาม หากปล่อยให้ติดเชื้อเป็นเวลานานหรือมีพยาธิจำนวนมาก อาจส่งผลต่อร่างกาย เช่น อ่อนเพลีย ภาวะซีด ขาดสารอาหาร น้ำหนักลด หรือเกิดปัญหากับระบบทางเดินอาหาร และในบางชนิดอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรง เช่น ลำไส้อุดตัน หรือพยาธิกระจายไปยังอวัยวะสำคัญได้ ดังนั้น หากมีอาการผิดปกติที่สงสัยว่าเกี่ยวข้องกับพยาธิ ควรเข้ารับการตรวจเพื่อหาสาเหตุและรักษาอย่างเหมาะสม 

โรคพยาธิรักษาอย่างไร?

โรคพยาธิรักษาอย่างไร?

หากตรวจพบว่ามีพยาธิในร่างกาย แพทย์มักรักษาด้วย ยาถ่ายพยาธิชนิดรับประทาน โดยเลือกตัวยาให้เหมาะกับชนิดของพยาธิ เช่น Albendazole, Mebendazole, Ivermectin หรือ Pyrantel pamoate เนื่องจากพยาธิแต่ละชนิดตอบสนองต่อยาแตกต่างกัน ส่วนในกรณีที่พยาธิเคลื่อนที่ไปยังอวัยวะสำคัญหรือเกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น สมอง ดวงตา ตับ ปอด หรือเกิดลำไส้อุดตัน อาจจำเป็นต้องรักษาเพิ่มเติมตามอวัยวะที่ได้รับผลกระทบ และบางกรณีอาจต้องทำหัตถการหรือผ่าตัด เช่น ภาวะลำไส้อุดตันจากพยาธิไส้เดือน หรือการติดเชื้อพยาธิบางชนิดที่มีภาวะแทรกซ้อนรุนแรง ทั้งนี้ แนวทางรักษาจะขึ้นอยู่กับชนิด ตำแหน่ง และความรุนแรงของการติดเชื้อเป็นสำคัญ

แชร์เลย:
ปุ่มปรึกษา line
ปุ่มปรึกษา face
ปุ่มโทรหาเรา
ปุ่มปรึกษาฟรี