เสริมจมูกซิลิโคน มีกี่แบบ? เลือกแบบไหนให้เหมาะกับคุณ?

เสริมจมูกซิลิโคน  คืออะไร?

การเสริมจมูกซิลิโคน คือ การผ่าตัดเพื่อปรับรูปทรงจมูก โดยใช้ซิลิโคนแท่ง หรือซิลิโคนสำเร็จรูป เหลาให้เข้ากับรูปทรงจมูกของแต่ละบุคคล ใส่เข้าไปใต้ผิวหนังบริเวณสันจมูก เพื่อเสริมให้จมูกโด่งขึ้น เรียวขึ้น ปรับรูปทรงให้ได้ตามต้องการ

โดยมีซิลิโคนแต่ละรูปแบบแตกต่างกันออกไปตามประเทศที่ผลิต เช่น ซิลิโคนอเมกา ซิลิโคนเกาหลี ซิลิโคนญี่ปุ่น ซึ่งผิวสัมผัส รูปทรง และสีของซิลิโคนจะแตกต่างกัน ในบทความนี้จะพาทุกคนมาเจาะลึกเกี่ยวการเสริมจมูกแบบซิลิโคนกันค่ะ

เสริมจมูกซิลิโคน มีกี่แบบ

ซิลิโคนเสริมจมูก มี 2 แบบหลักๆ ดังนี้

1. ซิลิโคนสำเร็จรูป

  • ผลิตมาเป็นทรงมาตรฐาน มีหลายขนาด หลายทรง เหมาะกับคนที่มีโครงสร้างจมูกดีอยู่แล้ว ต้องการเสริมให้โด่งขึ้นเล็กน้อย
  • ข้อดี ราคาถูก ใช้เวลาผ่าตัดน้อย และพักฟื้นเร็ว
  • ข้อเสีย มีทรงจำกัด ปรับแต่งได้น้อย ไม่เหมาะกับคนที่มีปัญหาโครงสร้างจมูก

2. ซิลิโคนแบบแท่ง

  • แพทย์จะเหลาขึ้นรูปเองตามโครงสร้างจมูกของคนไข้ เหมาะกับคนที่มีปัญหาโครงสร้างจมูก เช่น สันจมูกต่ำ ปลายจมูกใหญ่ ปลายจมูกเชิด
  • ข้อดีปรับแต่งทรงได้ตรงกับความต้องการ แก้ไขปัญหาโครงสร้างจมูกได้เล็กน้อย
  • ข้อเสียราคาแพง ใช้เวลาผ่าตัดนาน และพักฟื้นนานกว่า

นอกจากนี้ ซิลิโคนแบบแท่ง ยังแบ่งออกได้ตามความแข็ง ดังนี้

ซิลิโคนแข็ง(Hard) : เป็นซิลิโคนที่สามารถดึงเนื้อจมูกได้เยอะ เหมาะกับคนที่มีเนื้อจมูกหนา และอยากได้จมูกโด่งๆ พุ่งๆ แต่ต้องระวังเรื่องของจมูกทะลุด้วยเช่นกัน

ซิลิโคนแข็งปานกลาง(Medium) : เป็นซิลิโคนที่นิ่มขึ้นมากว่าแบบแรกแต่ไม่นิ่มเกินไป เมื่อนเวลานานไปซิลิโคนจะเกิดการยุบตัวได้น้อย เหมาะกับคนที่มีเนื้อจมูกปานกลางไม่หนามาก

ซิลิโคนนิ่ม(Soft) : ลักษณะจะไม่เป็นแท่งมากเกินไป มีความเป็นธรรมชาติ สามารถเสริมความโด่งน้อยกว่าซิลิโคนแบบแข็ง เหมาะกับคนที่มีเนื้อจมูกน้อย

ซิลิโคนนิ่มพิเศษ(Ultra soft) : ลักษณะเป็นซิลิโคนที่ละมุน ใกล้เคียงกับเนื้อจมูกจริง ความโด่งจมูกจะพอดีกับเนื้อจมูกไม่โด่งมากเกินไป เหมาะกับคนที่มีเนื้อจมูกน้อยมาก ชอบความเป็นธรรมชาติ และต้องการลดความเสี่ยงการทะลุ 

เสริมจมูกซิลิโคน เหมาะกับใคร

การเสริมจมูกด้วยซิลิโคน (Silicone Nasal Implant) เหมาะสำหรับกลุ่มบุคคลดังต่อไปนี้

  • ผู้ที่มีจมูกเล็กหรือแบนเกินไป การเสริมด้วยซิลิโคนจะช่วยเพิ่มขนาด และสร้างรูปทรงจมูกที่โดดเด่นและกระชับมากขึ้น
  • ผู้ที่มีจมูกคด บิดเบี้ยว หรือรูปทรงไม่สวยงาม ซิลิโคนจะช่วยแก้ไขรูปทรงให้ตรง และมีสัดส่วนที่ดีขึ้น
  • ผู้ที่เคยผ่านการผ่าตัดจมูก หรือได้รับบาดเจ็บบริเวณจมูก ทำให้จมูกมีรูปทรงผิดปกติ ซิลิโคนจะช่วยคืนรูปร่างจมูกให้อยู่ในสภาพที่ดีได้
  • ผู้สูงอายุหรือผู้ที่มีปัญหาสุขภาพที่เสี่ยงต่อการผ่าตัดแบบเปิดบริเวณซี่โครง ซิลิโคนเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยกว่า
  • ผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ที่รวดเร็ว เนื่องจากเป็นวิธีการไม่ผ่าตัด จึงมีระยะพักฟื้นสั้นกว่า

ซิลิโคนจมูก ยี่ห้อยอดนิยม ?

ซิลิโคนที่นิยมนำมันเสริมจมมูกในปัจจุบัน

ซิลิโคนอเมกา (USA Silicone)

ซิลิโคนมาตรฐานพิเศษ ลักษณะจะเป็นเนื้อซิลิโคนสีขาว ผลิตจากซิลิโคน Medical Grade ทนทาน มีความแข็งหลายระดับ มีความปลอดภัยสูง เหมาะกับคนเนื้อจมูกมาก

ซิลิโคนเกาหลี (Korea Silicone)

ซิลิโคนมาตรฐานพิเศษ ลักษณะเนื้อซิลิโคน เป็นสีเหลือง หรือสีน้ำตาลแดง ผลิตจากซิลิโคน Medical Grade ปลอดภัย ไร้สารพิษ มีทั้งแบบสำเร็จรูปและแบบเหลา

ซิลิโคนญี่ปุ่น (Japan Silicone)

 ซิลิโคนมาตรฐานธรรมดา ลักษณะเนื้อเป็นสีเหลือง โดยวัสดุนำเข้าจากประเทศญี่ปุ่นแต่ผลิตในประเทศไทย ซิลิโคนเป็น Medical Grade มีความแข็งปานกลาง ราคาไม่แพงเมื่อเปรียบเทียบกับซิลิโคนอเมริกา และเกาหลี

เสริมจมูกซิลิโคน แตกต่างจากวิธีอื่นยังไง

เสริมจมูกแบบซิลิโคนจะแตกต่างจากการเสริมจมูกไรซิลิโคน เนื่องจากใช้วัสดุในการเสริมจมูกต่างกัน และเทคนิคที่ใช้ในการผ่าตัดที่แตกต่าง ดังนี้

เสริมจมูกแบบซิลิโคน 

เป็นการใช้วัสดุสังเคราะห์ มีหลายแบบ หลายทรง เหมาะกับผู้ที่มีโครงสร้างจมูกดี ต้องการเพิ่มความโด่ง ข้อดีคือตัวเลือกทรงหลากหลาย เหมาะกับโครงสร้างจมูกหลายแบบ เห็นผลลัพธ์ชัดเจน ฟื้นฟูเร็ว ข้อเสียอาจเกิดปัญหาแทรกซ้อน เช่น ซิลิโคนเบี้ยว เอียง ทะลุ ต้องการการดูแลระยะยาวได้

เสริมจมูกแบบไร้ซิลิโคน

เป็นการใช้กระดูกอ่อน หรือเนื้อเยื่อจากร่างกายของแต่ละบุคคล เช่น กระดูกอ่อนหลังหู กระดูกอ่อนผนังกั้นโพรงจมูก เหมาะกับผู้ต้องการความเป็นธรรมชาติ แก้ไขปลายจมูก เทคนิคการผ่าตัดซับซ้อน ใช้เวลาผ่าตัดนาน ค่าใช้จ่ายสูง ฟื้นฟูรอยแผลเป็นนาน ลดการเกิดปัญหาแทรกซ้อนในระยะยาว

วิธีเช็คซิลิโคนจมูก แท้ ยังไงให้ปลอดภัย

 ตรวจสอบจากบรรจุภัณฑ์

บรรจุภัณฑ์ ซิลิโคนแท้จะมาในบรรจุภัณฑ์ที่ปิดสนิท มีฉลากภาษาไทย ระบุชื่อยี่ห้อ เลข lot วันผลิต        วันหมดอายุ มีใบรับรองจาก อย. และมีสติ๊กเกอร์hologram ของบริษัทผู้ผลิต

ตารางเปรียบเทียบซิลโคนแท้ VS ซิลิโคนปลอม

หัวข้อซิลิโคนแท้ซิลิโคนปลอม
ลักษณะผิวเรียบเนียน ไม่มีรอยขีดข่วน ขอบเรียบ ไม่บิดเบี้ยวผิวขรุขระ มีรอยขีดข่วน ขอบไม่เรียบ บิดเบี้ยว
ความรู้สึกสัมผัสนุ่ม ยืดหยุ่นสัมผัสแข็ง ไม่ยืดหยุ่น
ความโปร่งแสงโปร่งแสง มองเห็นลายเส้นใยทึบแสง มองไม่เห็นลายเส้นใย
การทดสอบความร้อนเมื่อโดนความร้อน ซิลิโคนจะนิ่มลงเมื่อโดนความร้อน ซิลิโคนจะละลาย
เลข LOT/serial numberมีเลข LOT/serial number ระบุบนตัวซิลิโคนไม่มีเลข LOT/serial number
เอกสารกำกับมีใบรับรองจาก อย. และ ใบรับประกันจากบริษัทไม่มีเอกสารกำกับ
ราคาราคาสูงกว่าซิลิโคนปลอมราคาถูกกว่าซิลิโคนแท้

เสริมจมูกซิลิโคนลอย ขยับได้ แก้ได้ไหม

สามารถแก้ไขได้ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสาเหตุ และปัญหาที่เกิดขึ้น

สาเหตุของซิลิโคนลอย 

  • ฮัมพ์ (Hmp) สูง ซิลิโคนอาจวางทับฮัมพ์โดยไม่ได้ฝังใต้เยื่อหุ้มกระดูก ส่งผลให้ซิลิโคนลอยและขยับได้
  • เนื้อเยื่ออ่อนสันจมูกบาง เนื้อเยื่ออ่อนไม่เพียงพอที่จะรองรับซิลิโคน ส่งผลให้ซิลิโคนลอยและขยับได้
  • เทคนิคการผ่าตัด เทคนิคการผ่าตัดที่ไม่เหมาะสม เช่น การวางซิลิโคนไม่ตรงตำแหน่ง การเย็บแผลไม่แน่นหนา ส่งผลให้ซิลิโคนลอย และเคลื่อนได้
  • การกระทบกระแทก การได้รับแรงกระแทกอย่างรุนแรงบริเวณจมูก ส่งผลให้ซิลิโคนเคลื่อนที่ได้

การแก้ไขซิลิโคนลอย ขยับ

  • กรณีฮัมพ์สูง ศัลยแพทย์จะทำการตะไบฮัมพ์ให้เรียบลง เพื่อให้ซิลิโคนวางแนบกับกระดูกจมูกได้
  • กรณีเนื้อเยื่ออ่อนสันจมูกบาง ศัลยแพทย์อาจใช้เนื้อเยื่อจากบริเวณอื่นของร่างกายมาเสริม เพื่อเพิ่มความหนาของเนื้อเยื่ออ่อนสันจมูก
  • กรณีเทคนิคการผ่าตัด ศัลยแพทย์จะทำการผ่าตัดแก้ไข โดยใช้เทคนิคที่เหมาะสมกับรูปจมูกและเนื้อเยื่อของคนไข้
  • กรณีการกระทบกระแทก ศัลยแพทย์จะทำการตรวจสอบความเสียหายของซิลิโคน และเนื้อเยื่อ หลังการแก้ไขเรียบร้อยควรงดการสัมผัสบริเวณจมูก และระวังการกระแทก

ซิลิโคนลอยอันตรายไหม

ซิลิโคนลอย ไม่ได้เป็นแค่ปัญหาความสวยงาม แต่แฝงไว้ด้วยอันตรายที่หลายคนมองข้าม เพราะหากซิลิโคนขยับไปมา อาจส่งผลร้ายแรง เนื่องจากเมื่อซิลิโคนลอย เคลื่อนบิดไปมาได้ เนื้อบริเวณนั้นจะบางลง เสี่ยงต่อการทะลุ เกิดเป็นแผลอักเสบได้ และยังส่งผลต่อความมั่นใจ ทำให้รู้สึกไม่ดีกับตัวเองได้

ดังนั้น การปล่อยให้ซิลิโคนลอยจึงไม่ใช่เรื่องปลอดภัย ควรปรึกษาแพทย์เพื่อแก้ไขโดยเร็ว ป้องกันปัญหาร้ายแรงที่อาจเกิดขึ้น

ขั้นตอนการเสริมจมูกซิลิโคน

การเสริมจมูกด้วยซิลิโคนเป็นขั้นตอนการผ่าตัดเล็กๆ โดยมีขั้นตอนหลักๆ ดังนี้

  1. ทำการระงับความรู้สึกบริเวณจมูกและบริเวณใกล้เคียง
  1. แพทย์จะทำการกรีดบริเวณเพดานจมูกเพื่อสร้างช่องว่างสำหรับใส่ซิลิโคน
  1. นำซิลิโคนที่มีรูปทรงตามที่ออกแบบไว้แล้วไปวางในช่องว่างที่สร้างไว้
  1. จากนั้นเย็บแผลปิดบริเวณที่กรีดไว้

การดูแลตัวเองหลังผ่าตัด

การดูแลตัวเองหลังการผ่าตัดเสริมจมูกด้วยซิลิโคนมีความสำคัญมาก เพื่อให้แผลหายเร็ว ลดความเสี่ยงแทรกซ้อน และได้ผลลัพธ์ที่ดี ควรปฏิบัติดังนี้

  1. พักผ่อนให้เพียงพอ หลีกเลี่ยงการออกแรงและกิจกรรมที่ต้องใช้แรงมากในช่วง 1-2 สัปดาห์แรก เพื่อป้องกันการกระแทกบริเวณแผล
  1. รักษาความสะอาดบริเวณแผลผ่าตัด ทำความสะอาดแผลตามคำแนะนำของแพทย์ เพื่อป้องกันการติดเชื้อ
  1. ระวังอย่าเสียดสีหรือกระแทกบริเวณจมูก อาจทำให้แผลหายช้าหรือจมูกเบี้ยวได้
  1. งดสูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์ 1 – 2 สัปดาห์ เนื่องจากสารในบุหรี่และแอลกอฮอล์มีผลทำให้แผลหายช้า
  1. รับประทานยาตามแพทย์สั่ง ทั้งยาแก้ปวด ยาปฏิชีวนะ และยาอื่นๆ ตามคำแนะนำ
  1. หลีกเลี่ยงการเปิดปากกว้างหรือพูดมากเกินไป เพื่อไม่ให้แรงดึงผิดรูปจมูก เพราะอาจทำให้แผลฉีกขาดได้

สรุปเสริมจมูกซิลิโคน 

เสริมจมูกด้วยซิลิโคนเหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาโครงสร้างจมูกน้อย และต้องการเปลี่ยนแปลงรูปทรงจมูกให้สวยงามขึ้น โดยมีหลากหลายรูปทรงให้เลือก ซิลิโคนคุณภาพพรีเมี่ยมจากอเมริกา เกาหลี และญี่ปุ่น ซึ่งถือเป็นซิลิโคนที่ได้รับความนิยมมากที่สุด เนื่องจากมีมาตรฐานและความปลอดภัยสูง สามารถปรับรูปทรงจมูกได้อย่างสวยงามและเป็นธรรมชาติ แม้จะมีราคาค่อนข้างสูง แต่ก็คุ้มค่าเมื่อเทียบกับคุณภาพและผลลัพธ์ที่ได้รับ

Similar Posts