ทำความรู้จักขลิบเลเซอร์ ทางเลือกในการขลิบที่ต่างจากวิธีดั้งเดิมอย่างไร
การขลิบเลเซอร์เป็น 1 ใน 3 หัตถการของการขลิบหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศชาย ซึ่งได้แก่ การขลิบปลายแบบธรรมดา การขลิบไร้เลือด และการขลิบเลเซอร์ ซึ่งในบทความนี้จะพาไปทำความรู้จักกับการขลิบเลเซอร์ อีกหนึ่งทางเลือกที่แตกต่างจากวิธีดั้งเดิม รวมถึงขั้นตอน ข้อดี และสิ่งที่ควรรู้เกี่ยวกับวิธีนี้
ขลิบเลเซอร์คืออะไร
ขลิบเลเซอร์คือวิธีขลิบหนังหุ้มปลายด้วยการใช้เลเซอร์ แบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่
- การขลิบเลเซอร์โดยใช้คาร์บอนไดออกไซด์ (CO2 Laser) เป็นการตัดหนังหุ้มปลายด้วยเลเซอร์คาร์บอนไดออกไซด์แทนการใช้มีดหรือเครื่องจี้ไฟฟ้าแบบดั้งเดิม
- การขลิบเลเซอร์ด้วยเทคนิคสลีฟ (Laser Sleeve Technique) เป็นเทคนิคการขลิบที่เน้นการตัดหนังหุ้มปลายออกเป็นวงแหวน (Sleeve) ให้เหลือหนังหุ้มปลายไว้เล็กน้อย แบ่งย่อยออกเป็น 2 แบบ คือ แบบมีปมไหมและไร้ปมไหม
ทั้งนี้สามารถผสานสองวิธีนี้ในการใช้ร่วมกันได้ ด้วยการตัดหนังหุ้มปลายด้วยเลเซอร์ CO2 แล้วเย็บด้วยเทคนิคสลีฟ ผลลัพธ์ที่ได้จากการขลิบด้วยวิธีดังกล่าวคือ เลือดออกน้อย แผลเรียบสวยงาม และที่สำคัญผู้ที่ขลิบจะรู้สึกเจ็บปวดน้อยกว่าการขลิบแบบดั้งเดิม

ข้อดีของการขลิบเลเซอร์
ข้อดีของการขลิบเลเซอร์ นอกจากจะช่วยเรื่องของสุขอนามัยแล้ว ยังส่งผลดีในอีกหลายด้าน ดังต่อไปนี้
- ช่วยลดการเสียเลือด
- ช่วยให้แผลเรียบสวยงาม
- ช่วยลดความเสี่ยงในการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ
- ช่วยลดความเสี่ยงของโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์
- ช่วยลดความเสี่ยงของโรคมะเร็งองคชาต
- ช่วยลดกลิ่นไม่พึงประสงค์
- ช่วยให้ทำความสะอาดง่ายขึ้น
- ช่วยลดการสะสมของสิ่งสกปรกและแบคทีเรียบริเวณอวัยวะเพศ
- ช่วยลดระยะเวลาการพักฟื้น แผลหายเร็ว แห้งไว
- ช่วยลดภาวะหนังหุ้มปลายตีบรัดจนรูดเปิดไม่ได้
- ช่วยลดความเสี่ยงของการติดเชื้อ HPV
- ช่วยเสริมความมั่นใจในการใช้ชีวิตประจำวัน

ขลิบเลเซอร์ต่างจากขลิบทั่วไป และขลิบไร้เลือดอย่างไร
การขลิบมีหลายวิธี แต่ละวิธีมีจุดเด่น จุดด้อยแตกต่างกัน ซึ่งจะมาเปรียบเทียบให้เห็นถึงความต่างของการขลิบทั้ง 3 วิธี ดังต่อไปนี้
ขลิบเลเซอร์
ใช้เลเซอร์แทนเครื่องจี้ไฟฟ้าในการตัดหนังหุ้มปลายออก แล้วเย็บด้วยเทคนิคสลีฟ ทำให้แผลเรียบเนียนดูเป็นธรรมชาติ วิธีนี้ช่วยควบคุมปริมาณหนังหุ้มปลายที่ตัดออกได้แม่นยำ ลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อน แผลหายเร็วและลดการเกิดแผลเป็น
ขลิบทั่วไป
ใช้กรรไกรหรือมีดสำหรับกรีด แล้วนำเครื่องจี้ไฟฟ้าขลิบหนังหุ้มปลายส่วนเกินออก จากนั้นเย็บให้แผลติดกัน วิธีขลิบแบบทั่วไปนี้ จะทำให้ผู้ที่ขลิบรู้สึกเจ็บ และเสียเลือดมากกว่าวิธีอื่น ๆ รวมถึงแผลที่หายช้า อาจต้องใช้เวลาพักฟื้นนานประมาณ 7-10 วันกว่าจะหายเป็นปกติ
ขลิบไร้เลือด
ใช้เครื่องขลิบอัตโนมัติ โดยเครื่องนี้สามารถตัดหนังหุ้มปลายและเย็บแผลได้ในขั้นตอนเดียว ใช้เวลาขลิบประมาณ 10-15 นาที วิธีนี้ช่วยลดการเสียเลือด ไม่เจ็บมาก แผลเรียบสวย หายไวกว่าวิธีอื่น ถือเป็นเทคนิคที่นิยมใช้ในการขลิบมากที่สุด ทั้งยังมีความปลอดภัยสูง ไม่ต้องเสี่ยงติดเชื้อ เพราะเป็นเครื่องใช้แล้วทิ้งในครั้งเดียว

การดูแลตัวเองหลังขลิบ
การดูแลตัวเองหลังขลิบเป็นสิ่งสำคัญ เพราะเป็นช่วงเวลาที่อวัยวะเพศกำลังพักฟื้น หากดูแลไม่ถูกวิธี อาจส่งผลให้แผลขลิบหายช้า เสี่ยงต่อการอักเสบและติดเชื้อ ซึ่งขั้นตอนที่ควรปฏิบัติหลังการขลิบ มีดังต่อไปนี้
- ทำความสะอาดรอบแผลด้วยอุปกรณ์ที่สะอาด จากนั้นซับแผลให้แห้ง
- ทาเบตาดีนเพื่อฆ่าเชื้อบริเวณแผลให้ทั่วถึง จากนั้นใช้ผ้าก๊อซซับแผลเบา ๆ
- หลังผ่าตัดช่วง 2-3 วันแรก ควรพันแผลให้พอดี ไม่แน่นเกินไปในช่วง 2-3 วันแรก
- ไม่แนะนำให้เช็ดแผลแรง เพราะจะทำให้เกิดการระคายเคืองและอักเสบ
- หากผ้าก๊อซเปียกน้ำปัสสาวะหรือน้ำสะอาด ควรเปลี่ยนผ้าใหม่ทันที
- หลีกเลี่ยงการอาบอย่างน้อย 3 วัน ป้องกันการอับชื้นบริเวณแผล ลดการเสี่ยงติดเชื้อ
- ไม่ควรสวมกางเกงที่รัดรูป หรือกางเกงในที่แน่นเกิน
- งดกิจกรรมทางเพศอย่างน้อย 1 เดือน เนื่องจากแผลที่ถูกขลิบมาอาจเกิดการฉีกขาด ได้รับบาดเจ็บรุนแรง เนื่องจากแผลยังไม่หายดี อาจเกิดการฉีกขาดและบาดเจ็บได้
- แนะนำให้พักผ่อนให้เพียงพออย่างน้อย 7-8 ชั่วโมง จะช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายทำงานอย่างเต็มประสิทธิภาพ ส่งผลให้การฟื้นฟูบาดแผลหายไวขึ้น
- รับประทานยาปฏิชีวนะและยาแก้ปวดตามที่แพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด
- หากมีอาการบวมแดง มีหนอง หรือปวดมาก ควรพบแพทย์ทันที
หลังขลิบเลเซอร์นานไหมกว่าจะใช้งานได้ปกติ
แผลจากการขลิบเลเซอร์สามารถฟื้นตัวได้ไว โดยทั่วไปแผลจะค่อย ๆ ดีขึ้นภายใน 4-5 วันและหายภายใน 2-3 สัปดาห์ เมื่อแผลหายดี จึงสามารถใช้งานได้ตามปกติ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการดูแลตัวเองของผู้ที่ขลิบด้วย หากปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัดและดูแลแผลอย่างเหมาะสม แผลก็จะหายได้เร็ว ไม่เกิดผลข้างเคียงตามมา





















