ไนไตรต์ต่างจากเกลืออย่างไร อันตรายแค่ไหนหากใช้ไม่ถูกวิธี
จากกรณีพบผู้ป่วยอาหารเป็นพิษหลังรับประทานก๋วยเตี๋ยวที่ปนเปื้อนสารชนิดหนึ่งซึ่งมีลักษณะคล้ายเกลือ ภายหลังตรวจสอบพบว่าเป็นสารเคมีประเภทไนไตรต์ ซึ่งเป็นสารที่มีการนำมาใช้ในอุตสาหกรรมอาหารบางประเภท เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้หลายคนเกิดความกังวลและตั้งคำถามว่าสารชนิดนี้มีอันตรายต่อร่างกายมากน้อยเพียงใด บทความนี้จะพาไปทำความรู้จักไนไตรต์ให้มากขึ้น พร้อมอธิบายความแตกต่างระหว่างไนไตรต์กับเกลือทั่วไป ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อสุขภาพ รวมถึงแนวทางลดความเสี่ยงจากการได้รับไนไตรต์ในปริมาณที่มากเกินความจำเป็น

ไนไตรต์คืออะไร และมีคุณสมบัติอย่างไร
ไนไตรต์ (Nitrite) เป็นสารประกอบทางเคมีที่ประกอบด้วยไนโตรเจนและออกซิเจน มีลักษณะเป็นผลึกขนาดเล็กสีขาวหรือสีเหลืองอ่อน มักถูกนำมาใช้ในอุตสาหกรรมอาหารบางประเภท โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์แปรรูป เพื่อช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรียที่ก่อให้เกิดการเน่าเสียและยืดอายุการเก็บรักษา นอกจากนี้ยังมีส่วนช่วยคงสีของเนื้อสัตว์ให้มีสีแดงอมชมพู ดูสดใหม่น่ารับประทาน

ไนไตรต์ต่างจากเกลืออย่างไร ใช้แทนกันได้ไหม
แม้ไนไตรต์และเกลือจะมีลักษณะภายนอกคล้ายกัน คือเป็นผลึกสีขาวและมีลักษณะเป็นเม็ดละเอียด แต่ทั้งสองชนิดเป็นสารที่มีองค์ประกอบทางเคมีและคุณสมบัติแตกต่างกัน โดยเกลือที่ใช้ปรุงอาหารทั่วไปคือโซเดียมคลอไรด์ (Sodium Chloride) ซึ่งใช้เพื่อเพิ่มรสชาติและถนอมอาหารบางชนิด ขณะที่ไนไตรต์เป็นสารประกอบที่มีไนโตรเจนและออกซิเจนเป็นองค์ประกอบ และถูกนำมาใช้เป็นวัตถุเจือปนอาหารในปริมาณที่กำหนด เพื่อช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรียที่ก่อให้เกิดโรค รวมถึงช่วยคงสีของผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์แปรรูปให้ดูสดใหม่
ดังนั้น ไนไตรต์จึงไม่สามารถใช้ทดแทนเกลือในการปรุงอาหารได้ และไม่ควรนำมาใช้โดยไม่มีความรู้หรือการควบคุมที่เหมาะสม เนื่องจากการได้รับไนไตรต์ในปริมาณมากเกินไปอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพได้

อันตรายของไนไตรต์ต่อร่างกายมีอะไรบ้าง
เมื่อร่างกายได้รับไนไตรต์ในปริมาณสูงเกินกว่าที่กำหนด อาจส่งผลให้เกิดอาการผิดปกติทางร่างกายจนเป็นอันตรายต่อสุขภาพได้ โดยอาการที่พบได้มีดังต่อไปนี้
- คลื่นไส้
- อ่อนเพลีย
- อาเจียน
- ปวดท้อง
- ท้องเสีย
- หายใจลำบากจากภาวะฮีโมโกลบินในเม็ดเลือดแดงทำงานผิดปกติ (Methemoglobinemia)
- หัวใจเต้นเร็ว
- ความดันต่ำ
- หากได้รับไนไตรต์ในปริมาณมากเป็นเวลานานอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งบางชนิด

วิธีลดความเสี่ยงจากการได้รับไนไตรต์ในชีวิตประจำวัน
การได้รับในปริมาณมากเกินไปอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพได้ ดังนั้นการเลือกบริโภคอาหารอย่างเหมาะสมจึงเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยลดความเสี่ยงจากการได้รับไนไตรต์เกินความจำเป็น โดยมีแนวทางดังต่อไปนี้
- เลือกรับประทานผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์แปรรูปในปริมาณที่เหมาะสม
- เลือกซื้ออาหารจากแหล่งผลิตที่ได้มาตรฐานและน่าเชื่อถือ
- หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารค้างคืนหรืออาหารที่เก็บรักษาไม่เหมาะสม
- เก็บอาหารสดในอุณหภูมิที่เหมาะสมและรับประทานภายในระยะเวลาที่ควร
- รับประทานผักและผลไม้สดที่อุดมด้วยวิตามินซีเป็นประจำ
- รับประทานอาหารให้หลากหลาย เพื่อลดการได้รับไนไตรต์จากแหล่งใดแหล่งหนึ่งมากเกินไป
สรุป
แม้ไนไตรต์จะมีลักษณะภายนอกที่คล้ายคลึงกับเกลือจนทำให้เกิดความเข้าใจผิดได้ แต่ในความเป็นจริงแล้วทั้งสองชนิดมีคุณสมบัติและวัตถุประสงค์การใช้งานที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง ดังนั้นจึงไม่ควรนำไนไตรต์มาใช้แทนเกลือในการประกอบอาหารโดยเด็ดขาด เพื่อความปลอดภัยต่อสุขภาพของผู้บริโภค
แหล่งข้อมูล
https://www.matichon.co.th/region/news_5754412
https://inmu.mahidol.ac.th/foodsafety/735/
https://www.petcharavejhospital.com/th/Article/article_detail/Sodium-nitrite-a-dangerous-under-deliciousness-of-sausages
https://th.cnadditives.com/news/how-to-reduce-the-intake-of-nitrite-in-life-42405991.html





















