แพ้น้ำผึ้งมีอาการอย่างไร อันตรายแค่ไหน และตรวจก่อนได้หรือไม่
แพ้น้ำผึ้งเป็นอาการที่พบได้น้อย แต่ก็อาจเกิดขึ้นได้ ตั้งแต่ผื่นคันไปจนถึงภาวะแพ้รุนแรงจนหายใจลำบาก สำหรับผู้ที่ไม่แน่ใจว่าตนเองมีความเสี่ยงควรเข้ารับการตรวจก่อนบริโภคเพื่อความปลอดภัยของสุขภาพ
แพ้น้ำผึ้ง
ทำไมถึงแพ้น้ำผึ้ง? แม้น้ำผึ้งจะเป็นของธรรมชาติ และมีประโยชน์ แต่ก็อาจมีคนที่เกิดอาการแพ้น้ำผึ้งจากสารบางชนิดจนไปกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันทำงานผิดปกติ ซึ่งมีสาเหตุต่าง ๆ ดังนี้
- โปรตีนจากเกสรดอกไม้ที่ตกค้างในน้ำผึ้ง หากมีอาการแพ้เกสรดอกไม้ร่างกายอาจมีปฏิกิริยาตอบสนองเมื่อรับประทาน
- อาจมีเอนไซม์ปนเปื้อนอยู่ในน้ำผึ้ง ทำให้ผู้บริโภคบางรายเกิดอาการแพ้ หรือระคายเคืองได้
- แพ้สารกันเสียหรือวัตถุเจือปนในน้ำผึ้งแปรรูป ซึ่งจะสามารถกระตุ้นอาการแพ้ได้ในบางคน
- ครอบครัวมีประวัติการแพ้อาหาร อาจมีความเสี่ยงแพ้น้ำผึ้งเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากระบบภูมิคุ้มกันไวต่อสารก่อภูมิแพ้
- บริโภคในปริมาณมากเกินไป อาจเพิ่มความเสี่ยงต่ออาการแพ้ หรือภาวะไม่ทนต่อฟรุกโตสในน้ำผึ้ง ส่งผลทำให้เกิดอาการท้องเสีย ปวดท้อง หรือคลื่นไส้ได้

แพ้น้ำผึ้งมีอาการอะไรบ้าง
หากร่างกายไวต่อสารในน้ำผึ้ง อาจเกิดอาการแพ้น้ำผึ้งได้ตั้งแต่อาการเล็กน้อยไปจนถึงแพ้แบบรุนแรง โดยมีอาการต่าง ๆ ที่สังเกตได้ดังนี้
- ผื่นคัน (Urticaria)
ถ้ามีอาการแพ้น้ำผึ้งผิวหนังอาจเกิดผื่นแดงคัน หรือบวมเป็นปื้น ซึ่งเป็นอาการที่พบเห็นได้บ่อยที่สุด
- อาการบวม (Angioedema)
บางคนอาจได้รับผลกระทบจากการแพ้น้ำผึ้งบริเวณใบหน้า รอบดวงตา หรือปากแบบเห็นได้ชัด
- ระบบทางเดินหายใจผิดปกติ
เมื่อร่างกายเกิดอาการแพ้น้ำผึ้ง อาจทำให้เกิดภาวะแน่นหน้าอก ไอ มีน้ำมูกไหล หรือหายใจได้ลำบาก ซึ่งเป็นผลจากการระคายเคืองของช่องทางเดินหายใจ
- ระบบทางเดินอาหารมีปัญหา
การแพ้สารในน้ำผึ้งอาจทำให้มีอาการปวดท้อง คลื่นไส้ อาเจียน หรือท้องเสียหลังรับประทานได้
- อาการแพ้แบบเฉียบพลัน (Anaphylaxis)
ในกรณีที่รุนแรงมาก อาจส่งผลทำให้เกิดอาการช็อกจากการแพ้แบบเฉียบพลัน เช่น ความดันโลหิตต่ำ, หน้ามืด, หรือหมดสติได้
- คันคอหรือคันปาก
หากแพ้น้ำผึ้งอาจส่งผลทำให้รู้สึกระคายคอ คันในปาก หรือคอบวมจนกลืนอาหารลำบาก

วิธีแก้แพ้น้ำผึ้งอาการเบื้องต้น
เมื่อรับรู้ได้ว่ามีอาการแพ้น้ำผึ้ง ควรรีบดูแลตัวเองอย่างถูกวิธี เพื่อลดความรุนแรงของอาการ และป้องกันไม่ให้ภาวะแพ้ลุกลาม ซึ่งมีวิธีแก้เบื้องต้นดังนี้
- หยุดรับประทานน้ำผึ้งทันที
หากสงสัยว่าอาการแพ้เกิดจากน้ำผึ้ง ควรงดรับประทาน และหลีกเลี่ยงอาหาร หรือผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของน้ำผึ้ง
- ดื่มน้ำเปล่ามาก ๆ
อาจช่วยเจือจางสารก่อให้เกิดอาการแพ้ในระบบทางเดินอาหาร และช่วยขับออกจากร่างกาย
- รับประทานยาแก้แพ้ (Antihistamine)
เมื่อมีอาการคัน ผื่น หรือบวมเล็กน้อย สามารถใช้ยาแก้แพ้ที่หาซื้อได้ตามร้านขายยาทั่วไป แต่ควรปรึกษาเภสัชกรก่อนใช้ยาทุกครั้ง
- ประคบเย็น
ประคบเย็นจะช่วยลดอาการบวม หรือผื่นแดงคันได้ในระดับหนึ่ง
- สังเกตอาการอย่างใกล้ชิด
ภายใน 1-2 วัน แนะนำให้เฝ้าสังเกตจนกว่าอาการจะดีขึ้น แต่หากหนักขึ้นหรือรุนแรงมากกว่าเดิมควรพบแพทย์ทันที
ตรวจอาการแพ้อาหารแฝงก่อนได้ที่มาสเตอร์พีช
หากมีความกังวลว่าแพ้น้ำผึ้งหรืออาหารอื่น ๆ สามารถเข้ารับการตรวจอาการแพ้อาหารแฝงได้ที่โรงพยาบาลมาสเตอร์พีช เพื่อตรวจประเมินความไวต่ออาหารแต่ละชนิด และวางแผนการตรวจที่เหมาะสม





















