ฉีด Sculptra ตรงไหนได้บ้าง เหมาะกับใคร ช่วยอะไรได้บ้าง

ในปัจจุบันถ้าพูดถึง Sculptra เชื่อว่าหลายคนคงรู้จักกันเป็นอย่างดี แต่หลายคนอาจยังมีข้อสงสัยว่า Sculptra เหมาะกับใคร? ช่วยอะไร? และสามารถฉีดตรงไหนได้บ้าง? เพื่อให้เข้าใจเกี่ยวกับ Sculptra มากขึ้น และเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจสำหรับคนที่สนใจจะฉีด Sculptra ในบทความนี้จะมาไขข้อสงสัยเกี่ยวกับ Sculptra อย่างครอบคลุม จะมีอะไรบ้าง บทความนี้มีคำตอบ

Sculptra มีกระบวนการทำงานอย่างไร ช่วยอะไร

Sculptra เป็นหัตถการที่ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ชั้นผิว ทำให้ผิวแข็งแรงและยืดหยุ่นมากขึ้น ทั้งยังช่วยให้ผิวเรียบเนียน เต่งตึง ลดริ้วรอยต่าง ๆ บนใบหน้าได้เป็นอย่างดี โดยเป็นการนำสาร PLLA (Poly L Lactic Acid) มาผสมกับน้ำกลั่น (Sterile Water) และนำมาฉีดบริเวณที่ต้องการ 

สำหรับกระบวนการทำงานของ Sculptra คือเส้นใยของสาร PLLA จะกระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนผ่านระบบภูมิคุ้มกัน โดยส่งสัญญาณให้เซลล์ Fibroblast ที่ทำหน้าที่สร้างเส้นใยคอลลาเจนมารวมตัวกัน และเพิ่มปริมาณคอลลาเจนอย่างต่อเนื่อง ผลลัพธ์ที่ได้ทำให้โครงสร้างผิวแข็งแรง กระชับ อีกทั้งยังเห็นผลลัพธ์ในระยะยาวอีกด้วย

ฉีด Sculptra ตรงไหนได้บ้าง กี่ขวดถึงเห็นผล

การฉีด Sculptra จะต้องฉีดประมาณ 2-3 ขวด จึงจะเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจน อย่างไรก็ตาม ขึ้นอยู่กับการประเมินของแพทย์ และปัญหาของแต่ละคนด้วย โดยสามารถฉีดได้หลากหลายตำแหน่งบนใบหน้า แต่โดยทั่วไปจะเน้นฉีดบริเวณที่ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ชั้นผิว ดังนี้

ปรึกษาหมอฟรี
  • Sculptra กรอบหน้า: การฉีด Sculptra บริเวณกรอบหน้า จะช่วยกระชับผิวบริเวณแนวกรอบหน้าเป็นอย่างดี
  • Sculptra ขมับ: การฉีด Sculptra บริเวณขมับ จะช่วยให้ผิวเต่งตึง ฟื้นฟูผิวให้อิ่มฟู ช่วยแก้ปัญหาขมับตอบได้เป็นอย่างดี
  • Sculptra หน้าแก้ม: การฉีด Sculptra บริเวณหน้าแก้ม จะช่วยลดริ้วรอยร่องลึกบริเวณแก้ม ทำให้ใบหน้าดูกระชับ และอ่อนเยาว์ขึ้น

อายุเท่าไหร่เหมาะกับ Sculptra  

Sculptra สามารถฉีดได้ตามความเหมาะสม ไม่ได้มีอายุที่ตายตัว ในกรณีที่เข้าปรึกษาแพทย์ และแพทย์ประเมินว่าเหมาะสม ก็สามารถฉีดได้แต่โดยทั่วไปแพทย์มักจะให้ฉีดหลังจากอายุ 30 ปีขึ้นไป เพราะจะเริ่มมีปัญหาผิวหย่อนคล้อย และริ้วรอยบนใบหน้า

Sculptra ฉีดขวดเดียว พอไหม

หลายคนอาจสงสัยว่า ถ้าหากฉีด Sculptra เพียงขวดเดียวจะพอไหม? คำตอบคือขึ้นอยู่กับปัจจัยต่าง ๆ โดยปัจจัยที่ส่งผลต่อปริมาณการฉีด Sculptra จะมีดังนี้

  • อายุ: อายุเป็นส่วนสำคัญที่จะกำหนดปริมาณ Sculptra โดยทุก ๆ ช่วงอายุ 10 ปี ควรฉีด Sculptra 1 ขวด กล่าวคือ ถ้าหากอายุ 30 ก็ควรฉีด 3 ขวด หรือถ้าหากอายุ 40-50 ปีขึ้นไป ก็ควรฉีดมากกว่านั้น ตามที่แพทย์เห็นว่าเหมาะสม
  • ปัญหาของแต่ละคน: ในกรณีที่แพทย์ประเมินว่ามีปัญหาเล็กน้อย อาจสามารถใช้ Sculptra เพียงขวดเดียว แต่ถ้าหากใบหน้าหย่อนคล้อยรุนแรง หรือมีริ้วรอยจำนวนมาก อาจต้องใช้ปริมาณมากกว่า 1 ขวด
  • ตำแหน่งที่ฉีด: ถ้าหากฉีดเพียงตำแหน่งเดียว อาจสามารถใช้ Sculptra เพียงขวดเดียวได้ แต่ถ้าหากฉีดทั่วหน้า อาจต้องใช้ Sculptra มากกว่า 1 ขวด

กล่าวคือปัจจัยเหล่านี้จะเป็นสิ่งที่กำหนดว่า Sculptra ควรฉีดปริมาณเท่าไหร่ นอกจากนี้ถ้าหากต้องการผลลัพธ์ที่ชัดเจน ปฏิเสธไม่ได้ว่าขวดเดียวอาจไม่เห็นผลเท่าที่ควร ดังนั้นจึงอยากจะแนะนำให้ปรึกษาแพทย์ที่มีประสบการณ์ เพราะแพทย์จะประเมินปัญหาของแต่ละคน และแนะนำปริมาณที่เหมาะสมกับแต่ละคนมากที่สุด

ฉีดแล้ว Sculptra อยู่ได้นานเท่าไร

เนื่องจากกระบวนการทำงานของ Sculptra เป็นการฉีดสาร PLLA เข้าไปทำงานในระดับเซลล์ ผลลัพธ์จึงสามารถอยู่ได้นานถึง 2 ปี อย่างไรก็ตาม ขึ้นอยู่กับการดูแลตัวเองของแต่ละคนด้วย ยิ่งปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด ก็จะช่วยยืดระยะเวลาผลลัพธ์ให้นานขึ้น

สำหรับใครที่สนใจฉีด Sculptra กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ชั้นผิวให้เต่งตึง ลดริ้วรอยต่าง ๆ สามารถเข้าปรึกษาทีมแพทย์โรงพยาบาลมาสเตอร์พีชได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย แพทย์จะประเมินปัญหาของแต่ละคน และแนะนำการฉีด Sculptra อย่างเหมาะสม เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ตรงตามความต้องการ

แชร์เลย:
register