กรดยูริกไม่ควรเกินเท่าไหร่ ค่ามาตรฐานสำหรับผู้ชายและผู้หญิง

กรดยูริกไม่ควรเกินเท่าไหร่

กรดยูริกในร่างกายเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม เพราะหากระดับกรดยูริกในร่างกายสูงเกินไป อาจส่งผลต่อสุขภาพและก่อให้เกิดโรคร้ายแรงได้ ดังนั้นการรู้ค่ามาตรฐานของกรดยูริกในร่างกายจึงเป็นเรื่องสำคัญที่ไม่ควรละเลย โดยบทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจว่ากรดยูริกไม่ควรเกินเท่าไหร่ และจะป้องกันความผิดปกติที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างไร

กรดยูริกคืออะไร

กรดยูริกคืออะไร

กรดยูริก คือสารที่เกิดจากการสลายตัวของพิวรีน (Purine) ซึ่งเป็นสารที่ร่างกายสร้างขึ้นเองตามธรรมชาติ รวมถึงมาจากการแตกตัวของเซลล์และอาหารบางชนิดที่รับประทานเข้าไป หากร่างกายไม่สามารถขจัดกรดยูริกออกทางปัสสาวะได้อย่างมีประสิทธิภาพ จะส่งผลให้ระดับกรดยูริกในเลือดสูงเกินปกติ

ค่ากรดยูริกปกติ

ค่ากรดยูริกปกติในผู้ชายและผู้หญิง

ระดับของค่ากรดยูริกในเลือดที่ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ปกติ จะแตกต่างกันไปตามเพศและวัย โดยมีค่ามาตรฐานดังนี้

  • ผู้ชายอยู่ในระดับ 3.4 – 7.0 มก./ดล.
  • ผู้หญิงอยู่ในระดับ 2.4 – 6.0 มก./ดล.
  • เด็กอยู่ในระดับ 2.0 – 5.5 มก./ดล.
อันตรายจากค่ากรดยูริกสูงเกินไป

อันตรายจากค่ากรดยูริกสูงเกินไป

หากตรวจพบว่าระดับกรดยูริกสูงเกินค่าปกติ อาจเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคที่เกี่ยวข้องกับกรดยูริก การเฝ้าระวังสุขภาพและตรวจร่างกายเป็นประจำจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยลดความเสี่ยงเหล่านี้ได้ โดยโรคที่มักเกี่ยวข้องมีดังต่อไปนี้

ปรึกษาหมอฟรี
  • โรคเกาต์ (Gout)

เกิดจากการสะสมของผลึกกรดยูริกในข้อต่อ ทำให้เกิดอาการปวด บวม และอักเสบ โดยเฉพาะที่นิ้วหัวแม่เท้า ข้อเท้า หรือเข่า

  • นิ่วในไต (Kidney Stones)

เมื่อกรดยูริกในเลือดสูง อาจตกผลึกและก่อตัวเป็นก้อนนิ่วในไต ส่งผลให้เกิดอาการปวดหลังหรือปวดบริเวณสีข้างอย่างรุนแรง

  • ภาวะไตเสื่อม (Chronic Kidney Disease)

หากไตไม่สามารถขับกรดยูริกออกจากร่างกายได้อย่างมีประสิทธิภาพ จะส่งผลให้เกิดการสะสมของกรดยูริกในร่างกาย ซึ่งอาจนำไปสู่ภาวะไตเสื่อมในระยะยาว

วิธีคุมกรดยูริก

วิธีคุมกรดยูริก

การควบคุมระดับกรดยูริกในร่างกายสามารถทำได้ด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน ดังนี้

  • ปรับเปลี่ยนอาหารการกิน

หลีกเลี่ยงหรือจำกัดการบริโภคอาหารที่มีพิวรีนสูง เช่น เนื้อแดง เครื่องในสัตว์ อาหารทะเล และแอลกอฮอล์ เพราะอาหารเหล่านี้เป็นแหล่งที่กระตุ้นให้ระดับกรดยูริกในเลือดเพิ่มขึ้น

  • ดื่มน้ำให้เพียงพอ

การดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 6–8 แก้ว จะช่วยให้ไตทำงานได้ดีขึ้น และสามารถขับกรดยูริกออกจากร่างกายผ่านทางปัสสาวะได้อย่างมีประสิทธิภาพ

  • ออกกำลังกายเป็นประจำ

การเคลื่อนไหวร่างกายอย่างสม่ำเสมอจะช่วยควบคุมน้ำหนัก ลดความเสี่ยงจากภาวะอ้วน ซึ่งเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ระดับกรดยูริกสูง

  • หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มบางชนิด

โดยเฉพาะเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และน้ำตาลฟรุกโตส (เช่น น้ำอัดลม เครื่องดื่มรสหวาน) เนื่องจากส่งผลให้ระดับกรดยูริกเพิ่มขึ้น

  • ปรึกษาแพทย์

หากพบว่าระดับกรดยูริกสูงผิดปกติ ควรเข้ารับการตรวจและขอคำแนะนำจากแพทย์ เพื่อวางแผนการดูแลที่เหมาะสม รวมถึงการใช้ยาลดกรดยูริกในกรณีที่จำเป็น

ตรวจกรดยูริก รู้ทันรักษาได้

การตรวจระดับกรดยูริกเป็นสิ่งสำคัญในการป้องกันโรคที่เกี่ยวข้อง เช่น เกาต์ นิ่วในไต หรือไตเสื่อม ซึ่งการดูแลสุขภาพด้วยการปรับอาหาร ออกกำลังกาย และดื่มน้ำมากขึ้นสามารถช่วยควบคุมกรดยูริกได้ หากพบว่าระดับสูงกว่าปกติ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับการดูแลอย่างเหมาะสม โดยโรงพยาบาลมาสเตอร์พีชมีบริการตรวจกรดยูริก

แชร์เลย:
register