โรงพยาบาลมาสเตอร์พีซ 99/19 ถ.สุโขทัย, แขวง ดุสิต เขตดุสิต, กทม. 10300
02-1054370

เสริมจมูกด้วยซิลิโคน (Nose Surgery)

การเสริมจมูกเป็นที่นิยมในกลุ่มคนเอเชียที่มักไม่มีสันจมูกที่โด่งแบบคนยุโรป จึงสามารถทำให้จมูก เป็นสันได้โดยแท่งซิลิโคน ซึ่งการทำควรจะทำให้สมดุลกับใบหน้าและรูปทรงก็ยังควรให้ดูเป็นธรรมชาติแล้วเข้ากับใบหน้าโดยรวม

องศาจมูกซิลิโคน

สิ่งที่ต้องคำนึงถึงในการเสริมจมูกในการใช้ซิลิโคน

การเสริมจมูกด้วยการผ่าตัดแบบธรรมดา (Close Rhinoplasty) โดยแพทย์จะใช้วัสดุสังเคราะห์ในการทำจมูก เช่น ซิลิโคน ซึ่งจะผ่าตัดสอดเข้าไปตามรอยแผลผ่าตัดเล็ก ๆ ภายในช่องจมูก เป็นเทคนิคที่ทำได้ง่ายและสะดวก ใช้เวลาผ่าตัดไม่นานเหมาะกับกรณีที่คนไข้มีรูปทรงจมูกของเดิมที่ดีอยู่แล้วระดับหนึ่ง เช่น ฐานจมูกไม่ใหญ่จนเกินไป สันจมูกไม่แบบเรียบมากเกินไป รูปทรง จมูกไม่เบี้ยวและยาวหรือสั้นเกินไปเนื่องจากหากจมูกมีความยาวที่เหมาะสมก็สามารถเสริมได้ด้วยซิลิโคน แต่มีข้อจำกัดคือไม่เหมาะกับผู้ที่มีจมูกสั้น (Short Nose)

ซิลิโคนคำนึงถึง

ข้อดี

  • เป็นเทคนิคการผ่าตัดที่ไม่ซับซ้อนมาก เวลาผ่าตัดไม่นาน
  • คนไข้ไม่จำเป็นต้องวางยาสลบ เนื่องจากใช้วิธีการฉีดยาชาเฉพาะที่ เนื่องจากเป็นการเปิดแผลในรูจมูกเพียงด้านใดด้านหนึ่งเท่านั้น

ข้อเสีย

  • ไม่เหมาะกับผู้ที่มีจมูกสั้นมากเกินไป
  • ไม่สามารถปรับแก้โครงสร้างจมูกได้ทั้งหมด

วัสดุที่ใช้เสริมจมูก

ซิลิโคนที่ใช้เป็นซิลิโคนที่ผลิตเพื่อใช้ในการแพทย์ (Medical Grade Silicone) ซึ่งซิลิโคนที่เสริมนั้นจะมีความแตกต่างกันตามประเทศที่ผลิต โดยศัลยแพทย์จะเลือกใช้ตามความเหมาะสมกับรูปทรงจมูกและสภาพผิวของแต่ละบุคคล

เสริมจมูกซิลิโคนอะไรดี?
ซิลิโคนจมูกเกาหลี

วิธีการผ่าตัด

การทำจมูกด้วยวัสดุซิลิโคน คือ การใช้วัสดุสังเคราะห์ (ซิลิโคน) ในการผ่าตัดจะสอดเข้าไปตามรอยแผลผ่าตัดเล็ก ๆ ภายในช่องจมูก โดยแพทย์จะวางซิลิโคนตั้งแต่สันจมูกถึงปลายจมูก เป็นเทคนิคที่ทำได้ง่ายและสะดวกใช้เวลาผ่าตัดไม่นานและพักฟื้นน้อยมาก โดยแพทย์จะดีไซน์รูปทรงให้ออกมาเหมาะสมเข้ากับโครงสร้างของใบหน้าแต่ละคน

ข้อดีของการเสริมจมูกที่มาสเตอร์พีซ

  • สวยงามเป็นธรรมชาติเหมาะกับสัดส่วนของใบหน้า
  • ฟื้นตัวเร็วพักฟื้นน้อยมาก แทบไม่บวมช้ำหลังผ่าตัด
  • แพทย์มีความเชี่ยวชาญประสบณ์การสูง ผ่าตัดมาแล้วกว่า 10,000 เคส
วัดจมูก
เสริมจมูกซิลิโคน

การเตรียมตัวก่อนผ่าตัด

  • แจ้งให้แพทย์ทราบข้อมูลโรคประจำตัว ยาโรคประจำตัว, ประวัติการผ่าตัด, ประวัติการแพ้ยา, ประวัติการแพ้อาหาร (หากมีประวัติการรักษาจากโรงพยาบาล ควรนำมาในวันปรึกษาด้วย) หรือแจ้งก่อนวันจองคิวผ่าตัด
  • ผู้ป่วยที่ได้รับยาละลายลิ่มเลือด และยาที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด เช่น แอสไพริน, หรือยาแก้ปวดกลุ่ม NSAID เช่น Voltaren, Brufen หรือยาโรคประจำตัวอื่น ๆ ควรปรึกษาแพทย์ก่อนทำการผ่าตัดหรือแจ้งก่อนวันจองคิวผ่าตัด
  • งดทานวิตามินอาหารเสริมต่าง ๆ ทุกชนิด เช่น วิตามินอี, น้ำมันปลา, ใบแปะก๊วย เมล็ดองุ่น โสม ฯลฯ ต้องหยุดยาอย่างน้อย 1 เดือน
  • ควรสระผมให้สะอาดเรียบร้อยก่อนวันผ่าตัด และไม่แต่งหน้าในวันผ่าตัด งดใส่คอนแทคเลนส์ในวันผ่าตัด หากมีปัญหาด้านสายตาให้สวมแว่นสายตาแทน
  • งดใส่เครื่องประดับทุกชนิด เช่น ต่างหู สร้อย แหวน จิลต่าง ๆ บนร่างกายในวันผ่าตัด (หากถอดออกไม่ได้ต้องแจ้งให้เจ้าหน้าที่ทราบ)
  • งดสูบบุหรี่อย่างน้อย 4 สัปดาห์ก่อนและหลังผ่าตัด เนื่องจากสารที่อยู่ในบุหรี่มีผลลดปริมาณออกซิเจนในเลือดและทำลายเซลล์ที่จะซ่อมแซมการหายของแผล มีผลทำให้เลือดที่จะมาหล่อเลี้ยงบริเวณที่ผ่าตัดลดลง โดยมีโอกาสให้ผิวหนังที่ผ่าตัดขาดออกซิเจน ทำให้แผลหายช้ากว่าปกติ และเสี่ยงต่อการติดเชื้อได้
  • งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 1-2 วันก่อนผ่าตัด และต่อเนื่องอย่างน้อย 1 สัปดาห์หลังผ่าตัด
  • ก่อนการผ่าตัด คนไข้ต้องทำความสะอาดเล็บมือเล็บเท้าให้สะอาด งดการทาเล็บมือ, เล็บเท้า และงดการต่อเล็บทุกชนิด
  • เตรียมภาวะจิตใจให้พร้อม ไม่ควรตื่นเต้นมากเกินไป และควรทราบว่าหลังผ่าตัดย่อมเกิดการบวมช้ำบริเวณแผล และการเปลี่ยนแปลงของใบหน้า หรือบริเวณร่างกายที่ทำการผ่าตัด ซึ่งต้องใช้เวลาในการหายของแผลหรือความเคยชินกับภาพลักษณ์ใหม่

การดูแลหลังผ่าตัด

  • ประคบผ้าเย็นหรือถุงน้ำแข็งประมาณ 7 วัน แรก รอบบริเวณที่ติดเทปจมูก (ห้ามโดนส่วนที่ติดเทปเด็ดขาด)
  • หลังทำ 24 ชั่วโมง อาจจะรู้สึกปวดศีรษะ ปวดบริเวณจมูก บวมบริเวณใบหน้าบ้าง ให้รับประทานยาแก้ปวด และต้องรับประทานยาแก้อักเสบตามที่แพทย์สั่งให้หมด
  • จมูกอาจจะบวมมากที่สุดประมาณ 2 – 3 วัน สามารถแกะพลาสเตอร์ที่ปิดแผลไว้ออกได้ แกะออกได้ตอนครบ 7 วัน โดยให้ใช้น้ำอุ่นค่อย ๆ เช็ดและลอกออกอย่างเบามือ
  • หลังวันที่ 7 หลังจากแกะพลาสเตอร์แล้ว ให้ประคบอุ่นบริเวณที่บวมช้ำ
  • หลังจากทำ 3 วัน – 1 สัปดาห์ สามารถไปทำงานได้แต่ต้องหลีกเลี่ยงกิจกรรมบางอย่างที่ออกกำลังมาก เช่น การวิ่ง , การว่ายน้ำ , การมีเพศสัมพันธ์ ควรหลีกเลี่ยงการสั่งน้ำมูก , การขยี้จมูก , ก้มหน้านาน ๆ , ยกของหนัก
  • โดยทั่วไปจมูกจะยุบบวมและเข้าที่ประมาณ 3 เดือนขึ้นไป ซึ่งจะยุบบวมประมาณ 60% ใน 1 อาทิตย์ , ยุบ 80% ใน 1 เดือน , ยุบบวมและเข้าที่ 90% – 100% ในอีก 3 – 6 เดือน

ทำจมูกที่ไหนดี เป็นคำถามยอดฮิตสำหรับคนที่กำลังตัดสินใจอยากทำแล้ว แต่ยังไม่รู้ว่าจะทำที่ไหนดี แบบไหนถึงจะโดน แล้วทำที่ไหนถึงจะออกมาสวยเหมาะกับตัวเรา วันนี้มาไขคำตอบไปพร้อม ๆ กันเลยค่ะ

ทำจมูกที่ไหนดี 2022

การศัลยกรรมจมูกที่ดีนั้นขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ทั้งแพทย์ผู้ทำการผ่าตัดจะต้องมีความเชี่ยวชาญและชำนาญการในการ ผ่าตัดได้อย่างหลากหลายรูปแบบ เพื่อให้เหมาะสมกับคนไข้มากที่สุด ด้านอุปกรณ์จะต้องทันสมัย ครบครันและปลอดภัย ที่สำคัญคือซิลิโคนที่ใช้จะต้องได้มาตรฐานสากล จะทำออกมาปังหรือโป๊ะ ความใส่ใจของแพทย์ก็เป็นองค์ประกอบหนึ่งเช่นกัน ที่สำคัญที่สุดคือต้องทำออกมาแล้วเหมาะกับใบหน้าของเราที่สุด มีเทคนิคให้เลือกใช้มากมายหลายแบบ เช่น ซิลิโคนเกาหลีเกรดพรีเมี่ยม ซิลิโคนอเมริกา เสริมซิลิโคนและกระดูกอ่อนหลังหู เติมปลายจมูกด้วยเนื้อเยื่อเทียมหรือกระดูกอ่อนหลังหู ตัดและเย็บปีกจมูก เหลากระดูกฮัมพ์ และ การปรับโครงสร้างจมูก Nose Reconstruction ทั้งนี้เพื่อให้เหมาะกับการ เสริมดั้ง ของแต่ละคน

Masterpiece Hospital ขอเป็นคำตอบที่ “ใช่” สำหรับคุณ

ตอนทำเจ็บไหม? ในระหว่างการผ่าตัด ศัลยแพทย์จะใช้ยานอนหลับ หรือ การดมยาสลบโดยวิสัญญีแพทย์ เพื่อให้คนไข้ไม่รู้สึกเจ็บขณะทำ และหลังจากผ่าตัดเสร็จแล้วคนไข้จะมีความรู้สึกตึงบริเวณจมูกและบริเวณใต้ตา คนไข้ส่วนใหญ่สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ทันที

ข้อดี เสริมหน้าอก ที่ Masterpiece Hospital